ย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่กลายเป็น “ไวรัล” โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ได้มานั่งรอแถลงข่าวก่อนเกม ยูโร 2020 ที่จะลงสนามพบกับ ฮังการี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน แต่ระหว่างจะเริ่มสัมภาษณ์ เขาทำเรื่องที่ฮือฮาขึ้น เมื่อเขาเลื่อนขวด น้ำอัดลม 2 ขวด ออกไปจากเฟรมตรงหน้า ทั้งๆที่แบรนด์น้ำอัดลมยี่ห้อนี้ เป็นสปอนเซอร์ในการแข่งขัน ยูโร 2020 ก่อนที่ ซีอาร์ 7 จะไปหยิบน้ำเปล่าออกมาโชว์ โดยไม่สนใจเอฟเฟ็กต์ใดๆทั้งสิ้น พร้อมกับโชว์ขวดว่า “ควรจะดื่มน้ำเปล่า” มากกว่า
แน่นอนการเห็นภาพแบบนั้น สิ่งแรกที่คิดเลยคือ มันทำให้เห็นว่า โรนัลโด้ รักษาภาพลักษณ์ และ รักษาสุขภาพมากขนาดไหน อะไรที่เป็นสิ่งทำลายร่างกาย เป็นผลเสียต่อการฟุตบอล เขาขอ เซย์โน ทันที ซึ่งว่ากันตามตรง ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรดราม่าขนาดนั้น แต่เมื่อคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก กลายเป็น “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว!” เพราะหลังจากตลาดหุ้นปิดเวลาประมาณ ​15.00 น.​ ราคาหุ้นของ ​น้ำอัดลมยี่ห้อนี้ อยู่ที่ 56.10 ดอลลาร์​สหรัฐฯ (ราว 1,800 บาท/หุ้น ) แต่เพียงแค่ โรนัลโด้ หยิบขวดออกจากเฟรมโต๊ะแถลงข่าว ให้หลังเพียงแค่ 30 นาที ราคาหุ้น​​ของน้ำอัดลมยี่ห้อดัง ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดมาอยู่ที่ 55.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น​ คิดเป็น 1.6% หากมองในแง่ด้านเศรษฐกิจ มูลค่าโดยรวมลดลง​จาก​ 242​ พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ​ มาเหลือ 238 ​พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
หากพูดกันแบบภาษาชาวบ้าน เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ เพียงแค่ โรนัลโด้ ขยับขวดออกจากเฟรม ก็สร้างอิทธิพล ทำให้มูลค่าของบริษัทลดลง​ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงแม้ปัจจุบัน ราคาตลาดหุ้นโลกของ แบรนด์นี้ จะดีดตัวกลับมาอยู่ที่เดิมได้แล้ว แต่มันทำให้เห็นว่า แค่การกระทำของ โรนัลโด้ บางอย่าง มันสามารถสร้างความสั่นสะเทือนในตลาดโลกได้มากเหลือเกิน ถามว่าทำไม โรนัลโด้ ถึงมีอิทธิพลขนาดไหนนะเหรอ? แน่นอน ซีอาร์ 7 เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง และ ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ใช่แค่ในวงการกีฬาเท่านั้น
โรนัลโด้ เป็นมนุษย์คนแรก ที่มีผู้คนติดตามทาง “อินสตาแกรม” แตะหลัก 250 ล้านคน ปัจจุบันก็ครบ 300 ล้านคน ไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยจำนวนฟอลโลว์เวอร์อันมหาศาล ทำให้เขาเป็น “บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโซเชียลมีเดีย”
โดยเคยมีรายงานว่า อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นคนที่ทำรายได้ จาก อินสตาแกรม มากที่สุดในโลก มูลค่าต่อโพสต์ ย้ำแค่ว่าโพสต์เดียว มันสูงถึง 1.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 37 ล้านบาท) เพราะทุกแบรนด์ที่เขาใช้ มันจะมีคนแห่ไปซื้อ ไปใช้กันอย่างล้นหลาม มันจึงไม่แปลกที่จะเกิดเหตุการณ์หุ้นในตลาดโลกของ น้ำอัดลมยี่ห้อดัง ร่วงแบบยับๆ แค่การกระทำไม่ถึง 10 วินาที แต่นี่ไม่ใช่เคสเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่ โรนัลโด้ สร้างอิทธิพลเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะวงการลูกหนัง
– ฟรีคิกแบบฉบับของ โรนัลโด้ ที่บอลพุ่งและส่ายแหวกอากาศ หลายๆคนเอาไปทำตามกันมากมาย ตั้งแต่การเดินถอยหลังไปตั้งหลัก, ท่าทางการยืน และ จังหวะการหายใจ อย่างในประเทศไทยนี่พบเห็นได้บ่อยๆ
– ท่าดีใจอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เวลา ซีอาร์ 7 ทำประตูได้ มักจะวิ่งมากระโดดแล้วฟันมือสองข้างออกจากลำตัว พร้อมกับตะโกนว่า ‘Sii’ ก็กลายเป็นไวรัลยอดฮิต ที่บรรดาพวกนักเตะ ไม่ว่าจะเป็นลีกเล็ก ไล่ลงมาระดับหมู่บ้าน ก็มักทำท่านี้ ตาม โรนัลโด้ กันเพียบ เพราะอิทธิพลของเขามันสูงส่งมาก
– การย้ายทีมของ โรนัลโด้ มาอยู่กับ ยูเวนตุส ก็ทำให้ “ไอ้ม้าลาย” กลายเป็นสโมสรระดับ “Global Brand” สมัยที่เขาย้ายจาก เรอัล มาดริด มาอยู่กับ “ไอ้ม้าลาย” สามารถทำยอดขายเสื้อประมาณ 1 ล้านตัว ได้อย่างรวดเร็ว โดยทำรายได้จากการจำหน่ายเสื้อถึง 52 ล้านยูโร (ราวๆ 1,820 ล้านบาท) และ มันทำให้หุ้นของสโมสร เพิ่มขึ้นมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์
นี่คือ โรนัลโด้ มีอิทธิพลกับโลกของฟุตบอลมากเพียงใด ไม่ว่าจะเขาหยิบจับอะไร หรือ ใช้สิ่งของแบบไหน มันจะถูกตีเป็นมูลค่า และ กลายเป็น “Ronaldo Effect” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์จากนักฟุตบอลที่เป็นไอค่อนของโลกปัจจุบัน
ดังนั้น หาก อีลอน มัสก์ สร้างความปั่นป่วนในตลาดโลก “Bitcoin” โรนัลโด้ ก็สามารถทำให้วงการลูกหนังสั่นสะเทือนได้เช่นกัน เหมือนอย่างเคสล่าสุด ที่แค่ขยับขวด โลกก็สะเทือนทันที

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here