“หากคิดเป็นธุรกิจตั้งแต่วันแรกก็คงทำไม่สำเร็จแน่นอน”

นี่คือประโยคคลาสสิกที่คุณวิชัยมักจะพูดถึงเสมอ หากมีใครถามถึงเคล็ดลับการบริหารสโมสรฟุตบอลให้ประสบความสำเร็จแบบที่เขาทำ หลังจากจบฤดูกาล 2015-16 เลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ในทุก ๆ หน้ากระดาษของพาดหัวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ประเด็นต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งนอกจากความชื่นชมความสำเร็จนั้น ก็ยังมีคำปรามาสฝากไว้ด้วย
มีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่า พวกเขาแค่โชคดีและมีปาฏิหาริย์ช่วย ความสำเร็จแบบนี้หรือแม้กระทั่งการชูถ้วยแชมป์รายการใดๆ ก็ตาม คงไม่เกิดขึ้นซ้ำง่าย ๆ เพราะพวกเขาเคยเห็นทีมลักษณะนี้มาก็ไม่น้อย ทีมที่กล้าท้าทายกำแพงของบิ๊กทีม แต่ตอนจบไม่ได้สวยงามนัก ทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ในยุค 2000s ที่พยายามอย่างมากในการเปลี่ยนสถานะจากทีมระดับกลางขึ้นไปแย่งแชมป์กับเหล่ายักษ์ใหญ่ พวกเขาตกหลุมพรางของทุนนิยม เริ่มทุ่มเงินซื้อนักเตะมากมายโดยไม่สัมพันธ์กับรายรับ หวังเพียงการคว้าแชมป์เพื่อยกระดับทีมในทางลัด ผลก็คือเมื่อถึงจุดที่พยายามแล้วทำไม่ได้ ลีดส์ ก็ประสบปัญหาการเงิน สุดท้ายก็ตกชั้นไปเล่นในลีกรองถึง 16 ปี
หากย้อนกลับไปไม่ไกลนัก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในฤดูกาล 1994-95 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในเรื่องนี้ พวกเขาคว้าแชมป์ภายใต้บริหารของ แจ็ค วอล์คเกอร์ ผู้บริหารที่เป็นแฟนบอลของทีม และแปลงร่างเป็นเจ้าบุญทุ่มคว้านักเตะอย่าง ทิม ฟลาวเวอร์ส, แกรม เลอโซ, โคลิน เฮนดรี้, เจสัน วิลค็อก, คริส ซัตตัน และ อลัน เชียเรอร์ … ทว่าเมื่อทำทีมได้แชมป์แล้ว วอล์คเกอร์ ก็ไม่ได้จ่ายเงินสนับสนุนเหมือนที่เคย จนสุดท้ายเขาก็วางมือ และขายทีมต่อให้กับกลุ่มทุนอื่น ๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความตกต่ำ
ทว่า เลสเตอร์ ซิตี้ นั้นแตกต่างจากทั้งสองทีม พวกเขามาถึงตรงนี้ได้อาจจะมีคำว่าโชคดีเจือปนอยู่บ้าง เบื้องหลังความสำเร็จที่ยั่งยืนของ เลสเตอร์ คือ แนวคิดของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา และ คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ที่เข้ามาซื้อทีมตั้งแต่ 2010 และแผนการของพวกเขาก็ชัดเจนมาตั้งแต่ตอนนั้น นั่นคือการพาสโมสรไปให้ไกลที่สุด ด้วยการบริหารที่ให้ความสำคัญกับทุก ๆ ในภาคส่วน โดยต้องไม่ทำอะไรเกินตัว มีแบบแผน และเป็นความสำเร็จระยะยาว

“ผมตัดสินใจลงทุนในเลสเตอร์ ไม่ใช่แค่เพราะแพชชั่นที่ผมมีต่อฟุตบอล แต่เป็นความปรารถนาอันแรงกล้าของผม ที่อยากพาสโมสรแห่งนี้กลับสู่พรีเมียร์ลีก และผมต้องการทำให้สโมสรแห่งนี้ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา”

“การสร้างทีมเล็กหรือใหญ่ไม่ใช่ปัญหา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณภาพพัฒนาการของนักเตะ และวิธีบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุง”

คุณวิชัยว่าไว้ถึงเหตุผลที่เขาเข้ามาเป็นเจ้าทีมฟุตบอลอย่าง เลสเตอร์ เป็นครั้งแรก
จุดเริ่มต้นของชัยชนะของเลสเตอร์ ซิตี้ จึงเริ่มต้นด้วยหลักแนวคิดที่ชัดเจน ชนะด้วยความหนักแน่น ความสำเร็จที่ยั่งยืน พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะในลีกฟุตบอลที่มีพี่บิ๊กเป็นกำแพงคอยแบ่งชนชั้นระหว่าง ทีมหัวตาราง 6 ทีม กับทีมอื่น ๆ อีก 14 ทีม อย่างชัดเจน ทีมบิ๊ก 6 มีเงินในการลงทุนมาก มีมูลค่าทางการตลาดมากกว่า และมีความพร้อมมากกว่าในทุก ๆ ด้าน อย่างไรก็ตาม คุณวิชัย รวมถึง คุณอัยยวัฒน์ ลูกชายที่เดินตามเข้ามาบริหารทีมตั้งแต่วันแรก เข้าใจถึงข้อจำกัดนั้นเป็นอย่างดี เขาจะไม่เอาเลสเตอร์ พุ่งเข้าชนทีมมหาอำนาจเหล่านั้นแบบตรง ๆ แต่พวกเขาจะไล่ตามหลังอย่างช้า ๆ ด้วยก้าวที่มั่นคง และเต็มไปด้วยกลยุทธ์ ซึ่งสุดท้าย สิ่งนี้แหละจะเป็นตัวพลิกสถานการณ์ให้ เลสเตอร์ ยกระดับตัวเองขึ้นมาได้ และกลยุทธ์ที่พวกเขาใช้คือ “มันนี่บอล”
มันนี่บอล คือกลยุทธ์ในการดำเนินงานและเข้าสู่ตลาดซื้อขายอย่างชาญฉลาด รู้จักตัวเองว่าขาดตรงไหน และมีคนที่คอยช่วยวิเคราะห์และประเมินว่ามีนักเตะคนใดที่สามารถเข้ามาแก้ไขรอยรั่วในจุดนั้นได้ พวกเขาจะไม่วิเคราะห์นักเตะด้วยสถิติแบบผิวเผิน อาทิ นักเตะคนนี้ยิงได้กี่ประตู ? แอสซิสต์กี่ลูก ? แต่มันจะลึกไปยิ่งกว่านั้น เจาะไปถึงนิสัยใจคอนักเตะ หรือความเป็นมืออาชีพ และการวางตัวนอกสนามเลยทีเดียว ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด … และแน่นอนต้องได้มาในราคาที่ไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น เจมี่ วาร์ดี้, ริยาด มาห์เรซ, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ 4 ขุนพลตัวหลักชุดแชมป์ลีกปี 2015-16 นั้น เลสเตอร์ ได้พวกเขามาร่วมทีมในราคาที่ไม่ถึง 9 ล้านปอนด์เลยด้วยซ้ำ
และล่าสุดการทำทีมที่วางรากฐานมั่นคง ส่งผลให้เลสเตอร์เกาะกลุ่มอยู่หัวตาราง ร่วมกับเหล่าทีมยักษ์ใหญ่ที่พวกเขาเคยเดินตามหลัง และแถมอันดับเหนือกว่าบางทีมเสียด้วยซ้ำ เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งจัดการเชลซี คว้าถ้วยแชมป์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่า เอฟเอ คัพ มารรองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของสมโมสร เรียกได้ว่าแชมป์นี้ทุกคนทำเพื่อคนที่มองมาจากบนฟ้าจริงๆ..

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here