ในบรรดาวงการสื่อฟุตบอลของประเทศต่าง ๆ บนโลกใบนี้ สื่ออังกฤษ ถือว่าเป็นสื่อที่ชอบเขียนข่าวให้มีผลกระทบกับนักเตะในประเทศของพวกเขามากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเตะอังกฤษ หรือนักเตะต่างชาติที่เล่นในพรีเมียร์ลีก หากว่าคุณกำลังผลงานดีติดลมบน ใคร ๆ ก็พูดถึงคุณในฐานะยอดนักเตะ เมื่อนั้นพวกสื่อจะเริ่มรุมทึ้งและขุดทุกแง่มุมของคุณออกมาจนหมด … ถ้าคุณโชคร้าย เคยทำอะไรไม่ดีและมีหลักฐานทิ้งไว้จนพวกเขาหาเจอ สิ่งนั้นจะถูกนำเสนอผ่านข่าวพาดหัวหน้า 1 ทันที แม้เรื่องจะผ่านมานานนมเป็น 10 ปี ก็ตาม
สื่ออังกฤษ คือต้นตำรับการขายข่าวคาว การทำข่าวเจาะไปยังชีวิตนักเตะดัง ๆ หรือนักเตะที่กำลังจะดัง พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่ได้กลับมา ภายใต้การสร้างความกดดันและแง่ลบในสภาพจิตใจของนักเตะ คือยอดขายและเรตติ้ง ซึ่งพวกเขาต้องแข่งกันกับสื่ออีกหลาย ๆ ฉบับที่มีเป้าหมายเหมือนกัน
สำหรับนักเตะดาวรุ่งเองก็หนีไม่พ้น ยิ่งดาวรุ่งชาวอังกฤษที่เก่งขึ้นมาในระยะสั้น ๆ ถือว่าเป็นอีก 1 เมนูจานโปรดของเหล่าสื่ออังกฤษ พวกเขามักจะยกย่องนักเตะคนนั้นเกินความจริง เพราะรู้ดีว่าคนอ่านชอบเสพข่าวแบบนี้ .บางครั้งดาวรุ่งคนนั้น ๆ ก็เก่งจริง แต่บางทีสื่อก็เขียนข่าวไปก่อนแล้ว ทั้ง ๆ ที่เด็กคนนั้นเพิ่งลงสนามได้แค่ไม่กี่เกม
สื่อมักจะเขียนข่าวกับดาวรุ่งประมาณว่า “นักเตะเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม มีคุณสมบัติทุกอย่างที่พร้อมจะโตขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลก” … และถ้าเด็กคนนั้นเริ่มไม่ได้ลงสนาม พวกเขาจะทำเรื่องให้ยุ่งขึ้นไปอีก ด้วยการเลือกไปโจมตีโค้ชที่ไม่ใช้งานนักเตะคนดังกล่าว ซึ่งที่สุดแล้ว ปลายทางคือความกดดันที่ถาโถมใส่เหล่านักเตะผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะทั้งสิ้น
ล่าสุดไม่นานมานี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ในสมัยที่คุมทีม เชลซี โดนสื่อวิจารณ์ทุกวันเกี่ยวกับการไม่ยอมให้ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย นักเตะวัย 18 ปี (ในขณะนั้น) ของทีมลงสนามเป็น 11 ตัวจริง ซึ่งสุดท้าย ซาร์รี่ ก็ยอมรับว่า สื่ออังกฤษกับการเล่นข่าวที่ไม่สนอนาคตเด็ก คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักเตะหลายคนหลุดวงโคจรกลางคัน
“คัลลัม อยู่ในสายตาผมเสมอ ผมดูเขาอยู่ตลอดนั่นแหละ แต่ที่สำคัญที่สุดคือพวกคุณ (นักข่าว) ต้องเพลา ๆ เรื่องการกดดันนักเตะหนุ่มชาวอังกฤษให้น้อย ๆ ลงบ้าง”
“เอาจริง ๆ นะ ผมแทบไม่เคยเห็นนักเตะวัย 18 ปี คนไหนเป็นนักเตะตัวหลักของทีมระดับท็อปเลย นักเตะอย่าง คัลลัม หรือนักเตะอังกฤษในวัยเดียวกับเขาหลาย ๆ คน ควรได้เวลาในการปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง ในขั้นตอนนี้มันสำคัญนะ (การไม่ถูกสื่อกดดัน) ถ้าเขาไปถูกทาง เราจะได้เห็นพวกเขาเป็นนักเตะระดับท็อปตอนอายุ 22-23 ปี”
“แต่ถ้าพวกเขาเติบโตมาไม่เป็นเช่นนั้น ผมก็คิดว่ามันเป็นเพราะพวกคุณนั่นแหละ ที่เอาชื่อของพวกเขาไปใส่บนพาดหัวข่าวมากเกินไป” ซาร์รี่ ว่าไว้
สื่ออังกฤษเขียนข่าวเชิงสรรเสริญแต่ผิดเวลาไปเยอะ เพราะพวกเขาเขียนตั้งแต่นักเตะลงเล่นแค่ไม่กี่เกมเท่านั้น และทุกครั้งที่มีข่าวแบบนี้ออกมา มันทำให้เกิดความกดดัน และปัญหาก็ส่งผลกับผู้เล่นเอง
ตัวอย่างของนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่าจะไประดับโลกตั้งแต่ยังเด็กในพรีเมียร์ลีก แต่สุดท้ายไปไม่ถึงฝันและไปได้ไม่ไกลกว่าที่อวยมีมากมาย หากนับเฉพาะยุคมิลเลนเนียมเป็นต้นมา สามารถยกตัวอย่างได้มากมาย
ลุค ชอว์ ลงเล่นให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ไปไม่ถึง 30 เกม พวกเขาบอกว่าคือแบ็คซ้ายระดับโลกที่จะยืนตัวจริงให้ทีมชาติอังกฤษไปอีก 10 ปี, แจ็ค วิลเชียร์ โดดเด่นตั้งแต่อายุ 18 ปี เล่นได้ดีสุดกับการเล่นให้ โบลตัน วันเดอเรอร์ส หลังผ่านการช่วยทีมหนีตกชั้น และสื่อบอกว่าเขาจะเป็น “นิว ชาบี” นี่ยังไม่ร่วมพวกที่ถูกบอกว่าเก่งตั้งแต่อายุ 15-16 ปี ได้รับคำยกย่องตั้งแต่ยังไม่ได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่อย่าง ธีโอ วัลค็อตต์ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งที่สุดแล้วก็ไม่มีใครไปได้ถึงระดับที่สื่อตั้งเป้าหมายไว้สักคน อย่างไรก็ตาม ในกระแสของสื่ออันเชี่ยวกราด ย่อมมีผู้ว่ายทวนกระแสและเอาชนะสิ่งเหล่านี้ได้ เวย์น รูนี่ย์ คือหนึ่งเดียวที่ไปได้จนสุดทาง กวาดความสำเร็จมากมาย เขาโดนสื่อคาดหวังแบบหมายหัวไว้ตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่ รูนี่ย์ สามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ จนก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับไอคอนในแบบที่นักเตะอังกฤษคนอื่น ๆ ทำไม่ได้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here