ดาร์วิญ นูนเญซ ส่งผลอย่างไรต่อหงส์แดง

ดาร์วิญ นูนเญซ ส่งผลอย่างไรต่อหงส์แดง

 ดาร์วิญ นูนเญซ ส่งผลอย่างไรต่อหงส์แดง1. เพิ่มลูกกลางอากาศ
ตามสถิติจากเว็บไซต์ทางการพรีเมียร์ลีกระบุชัด ไม่มีทีมไหนในฤดูกาลที่ผ่านมา มีจำนวนการครอสบอลมากกว่าลิเวอร์พูล, ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่มีจำนวนการครอสบอลต่อเกม มากกว่าเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และในขณะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็มีจำนวนการครอสที่ไล่เลี้ยกัน
ซึ่งเมื่อนำความถี่ในการเล่นลูกครอสนี้ มาบรรจบกับสภาพร่างกายของนูนเญซ กองหน้าที่มีส่วนสูงถึง 187 เซนติเมตร โดยเทียบเมื่อกับแนวรุกที่มีงานหลักด้านการจบสกอร์คนอื่นของ ลิเวอร์พูล อย่าง ดิโอโก้ โชต้า ที่สูง 178 เซนฯ, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 175 เซนฯ และ ซาดิโอ มาเน่ 174 เซนฯ
เรียกได้ว่าห่างกันถึง 10 เซนฯ มิหนำซ้ำ นูนเญซ ยังมีรูปร่างที่ใหญ่และแข็งแกร่ง ยิ่งจะช่วยเรื่องลูกกลางอากาศเป็นอย่างดี ทั้งนี้ยังมีสถิติยืนยัน ด้วยการที่เขาเป็นนักเตะที่มีจำนวนการชนะลูกกลางอากาศ ได้มากเป็นอันดับ 3 ของนักเตะในตำแหน่งแนวรุก ของรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นที่ผ่านมา
และ คริส ซัตตัน อดีตศูนย์หน้าพรีเมียร์ลีกชื่อดังในยุค 90′ ยังได้ขยายเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเขาชี้ว่าลิเวอร์พูล มักจะโดนคู่แข่งมาแพ็คเกมรับยืนต่ำใส่ โดยเฉพาะเกมในแอนฟิลด์ ทำให้หลายครั้งช่วยท้ายเกม พวกเขาต้องจบด้วยการทิ้งบอมบ์โยนใส่คู่แข่ง
และซัตตัน ยกตัวอย่างในเกมที่เสมอกับสเปอร์ส 1-1 ซึ่งนัดนั้นหงส์แดงครอสบอลไปถึง 46 ครั้ง มากที่สุดในเกมพรีเมียร์ลีกนัดเดียวของซีซั่นที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีลูกโขกไหนผ่านมืออูโก้ ญอริส ได้เลย ฉะนั้นเขาจึงเชื่อว่า การเข้ามาของนูนเญซ จะช่วยส่งเสริมกับหนึ่งในจุดเด่นของระบบการเล่นเกมรุกลิเวอร์พูล ได้เป็นอย่างดีครับ

 ดาร์วิญ นูนเญซ ส่งผลอย่างไรต่อหงส์แดง2. เพิ่มความคม
ลายเซ็นจุดเด่นที่ชัดที่สุดของนักเตะคนนี้ก็คือเรื่อง ความคม เขาคือศูนย์หน้าที่มีทักษะที่ดีที่สุดในตัวคือการจบสกอร์ ซึ่งนอกจากจะการันตีด้วยดีกรีเจ้าของรางวัลดาวซัลโวลีกโปรตุเกส ในฤดูกาลล่าสุด ด้วยผลงาน 26 ประตู จาก 28 นัดแล้ว
ยังการันตีด้วยการเป็นนักเตะที่มีค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนโอกาสยิงให้เป็นประตูถึง 27.2% สูงที่สุดในลีกยุโรป จากการรวบรวมสถิติของ Opta พร้อมมีค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อนาที เป็นรองแค่เพียงโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้คนเดียวเท่านั้น
ซึ่งแน่นอนถ้าเทียบกับแนวรุกลิเวอร์พูล สถิติเรื่องความคม นูนเญซดูดีกว่าพอสมควรอยู่แล้ว เพราะแนวรุกหงส์แดงคนอื่น ก็จะมีค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนโอกาสยิงให้เป็นประตูที่ราวๆ 16,17 % เท่านั้น เรียกว่าความเปลืองในการใช้โอกาส ต่างกันพอสมควร
แต่อย่างไรก็ต้องรอดู ว่าเมื่อนูนเญซย้ายมาพรีเมียร์ลีก เขาอาจจะมีเปอร์เซ็นต์ความคมที่ดร็อปลงไปบ้าง แต่ถ้าหากยังอยู่ในระดับตัวเลขเดิมได้ หงส์แดงก็ได้ของโคตรดีไปประดับทีมแบบไม่ต้องสงสัยเลยล่ะครับ

 ดาร์วิญ นูนเญซ ส่งผลอย่างไรต่อหงส์แดง3. เพิ่มความเร็ว
แม้จะสูงถึง 187 เซนติเมตร, มีร่างกายใหญ่กำยำ และมีน้ำหนักมากกว่า 80 กิโล แต่การเข้ามาของนูนเญซ อาจไม่ได้ทำให้ความเร็วเกมรุกและแนวรุกลิเวอร์พูลลดลง แต่อาจจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
ยืนยันได้จากสถิติ หลังเขาถูกตรวจจับว่ามีค่า ท็อปสปีด ถึง 36.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีกว่าทั้งซาลาห์, คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ และตัวเร็วๆคนอื่นอีกมากมาย โดยเมื่อเทียบกับ อัลฟอนโซส์ เดวีส์ หนึ่งในนักเตะที่เร็วที่สุดแห่งยุค ก็จะพบว่านูนเญซมีท็อปสปีดเป็นรองแค่เพียง 0.03 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น
และยังมีการยืนยันได้จาก คำชื่นชมเบอร์ใหญ่ของโฮเซ่ โกเมส ผู้ที่เคยเป็นโค้ชอัลเมเรีย ในสมัยที่นูนเญซเข้ามายุโรปใหม่ๆ ที่พูดถึงเรื่องนี้ เมื่อไม่นานนี้ไว้ว่า“นูนเญซ เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพสูง เขาเป็นผู้เล่นที่สูงเกือบ 190 เซนติเมนตร แต่มีความเร็วที่น่ากลัว สปีดของเขา มักช่วยให้เขาไปถึงจุดที่ทำประตูได้ก่อนแนวรับฝั่งตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย”
ซึ่งก็ใช่ครับ เมื่อมีสปีดที่ดี ย่อมช่วยให้คุณสามารถวิ่งไปหาจุดทำประตูหรือแท็บ-อินทำสกอร์ ได้ก่อนกองหลังฝั่งตรงข้ามได้เป็นอย่างดีและด้วยความเร็วของเขา ยังทำให้เจ้าตัวสามารถคอยถ่างออกมารับบอลบริเวณริมเส้น เพื่อเปิดช่องให้กับผู้เล่นอย่าง ซาลาห์, โชต้า หรือ ดิอาส ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นอีกจุดที่เขามักสร้างประโยชน์ให้กับทีม จากการรสังเกตุการเล่นของเขากับเบนฟิก้าครับ

 ดาร์วิญ นูนเญซ ส่งผลอย่างไรต่อหงส์แดง4. เพิ่มอนาคต
โดยนอกจากสถิติเรื่องของจำนวน นูนเญซยังมีอีกสิ่งการันตีคุณภาพ ด้วยการเป็นนักเตะที่ Whoscored เว็บไซต์เก็บข้อมูลฟุตบอลชื่อดัง ให้ค่าเรตติ้งฟอร์มการเล่นของเขา ดีที่สุดในลีกโปรตุเกสซีซั่นที่ผ่านมา หากไม่นับหลุยส์ ดิอาซ ที่ย้ายออกจากปอร์โต้ มาอยู่กับลิเวอร์พูล ในช่วงกลางฤดูกาลนะ
แถมที่สำคัญคือนูนเญซพึ่งมีอายุเพียง 22 กำลังจะ 23 ปีเท่านั้น แปลว่าลิเวอร์พูลจะสามารถใช้งานเขาได้อีกยาว และแผงแนวรุกชื่อดังอย่างสามประสาน SMF ก็เริ่มมีการผลัดใบ อย่างมาเน่ที่กำลังจะย้าย, ซาลาห์ที่อนาคตยังไม่แน่นอน และฟีร์มิโน่ที่ไม่ใช่ตัวจริงของทีมอีกแล้ว
ทำให้พวกเขาสามารถวางนูนเญซ เป็นหนึ่งในตัวหลักเกมรุกชุดอนาคต ร่วมกับ ดิอาซ, โชต้า, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต หรือจะฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ ที่เซ็นมาใหม่เหมือนกันได้เลย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here