ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง

10.) เวสลี่ย์ สไนเดอร์
ตำนานมหากาพย์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง ชนิดที่เรียกได้ว่าตลอดเส้นทางค้าแข้งของกองกลางชาวเนเธอร์แลนด์รายนี้ แท้จะไม่เคยย้ายมาสวมเครื่องแบบตรา “ปีศาจแดง” แต่ถูกยกขึ้นหิ้งเป็นตำนานของทีมเป็นที่เรียบร้อย
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2011 สื่อในอังกฤษแทบทุกเจ้าต่างรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า สไนเดอร์ กำลังจะเป็นมาชิกใหม่ของ ยูไนเต็ด ในอีกไม่เกิน 48 ชั่วโมงข้างหน้า ภายหลังเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อินเตอร์ มิลาน และเป็นกำลังสำคัญพาทีมคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลนั้น
แต่ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ เรื่องราวระหว่างดาวเตะรายนี้ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเพียงเส้นขนานกันตลอดไป แม้จะมีแวะเวียนมาเป็นข่าวกันอีกครั้งเมื่อปี 2014 สุดท้ายจน สไนเดอร์ แขวนสตั๊ดก็ยังไม่มีโอกาสได้มาร่วมงานกันเสียที

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง

9.) เควิน สตรูทมัน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 มิดฟิลด์ฟอร์มแรงชาวฮอลแลนด์อย่าง เควิน สตรูทมัน ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในยุโรป เนื่องจากฟอร์มของเขาเฉิดฉายมากเหลือเกิน และแน่นอนเขาก็ถูกนำชื่อมาเชื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งในตอนนั้นมันแทบจะจ่อมากๆ แล้วในการปิดดีลกองกลางจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น
แต่ทว่าดีลดังกล่าวมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด มีเพียงแต่ข่าวที่สื่อต่างประโคมกันอย่างหนัก ก่อนที่ในปี 2013 เจ้าตัวจะย้ายไปร่วมทัพ โรม่า แบบสายฟ้าแลบ ซึ่งหลังจากนั้นช่วงปี 2018 เจ้าตัวจะย้ายไปหากินกับ โอลิมปิก มาร์กเซย ก่อนที่ชื่อของเขาจะกลับมาพัวพันกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรที่มากไปกว่านั้น

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง

8.) เอเซเกล การาย
แนวรับทีมชาติอาร์เจนติน่าเป็นอีกหนึ่งรายที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบหนาหูมากๆ และยืดยาวหลายปี แต่ทว่าดีลดังกล่าวมันก็ไม่เคยเกิดขึ้นเลย โดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ที่ “ปีศาจแดง” ได้เปลี่ยนนายใหญ่คนใหม่มาเป็น เดวิด มอยส์ และเกือบที่ได้เซ็นสัญญากับกองหลังชาวอาร์เจนติน่ารายนี้แล้ว
ซึ่งตัวนักเตะได้ออกมาเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเขาได้ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับทีมได้แล้ว ตั้งแต่สมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังเป็นกุนซือ เพราะตอนนั้น “ป๋าเฟอร์กี้” ได้ส่งคนมาติดตามดูฟอร์มอยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่าในท้ายที่สุด มอยส์ เป็นคนล้มดีลนี้ด้วยตัวเองเนื่องจากไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เคยได้ตกลงกันไว้
ก่อนที่สุดท้ายในปี 2014 เอเซเกล การาย ก็ได้ย้ายออกไปร่วมทีม เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ทีมดังลีกรัสเซีย ด้วยค่าตัวเพียง 6 ล้านยูโร ปัจจุบัน การาย ในวัย 32 ปี ค้าแข้งอยู่กับ บาเลนเซีย ทีมในศึกลาลีกา สเปน

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง
7.) นิโกลัส ไกตัน
ตำนานอีกคนที่ไม่เคยสวมเครื่องแบบตรา “ปีศาจแดง” เลยสักวินาทีเดียว และกลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานจนกระทั่งถึงทุกวันนี้สำหรับ นิโกลัส ไกตัน แนวรุกชาวอาร์เจนติน่า
ชื่อของ ไกตัน กลายเป็นนักเตะที่มีข่าวกับทีมมาตั้งแต่สมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังคุมทีมอยู่ ลากมาจนถึงเปลี่ยนมือมาเป็น เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งด้วยระยะเวลาดังกล่าวมันกินเวลาหลายช่วงตลาดนักเตะเอามากๆ จนกระทั่งเจ้าตัวได้ย้ายออกจาก เบนฟิก้า ไปค้าแข้งกับ แอตเลติโก มาดริด เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2016 ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร
จนกระทั่งถึงปัจจุบันดาวเตะวัย 34 ปี โยกย้ายไปค้าแข้งมาแล้วกับหลายสโมสร ซึ่งทีมปัจจุบันคือ ปากอส เฟอร์เรยร่า ในลีกประเทศโปรตุเกส ฉะนั้นแล้วนี่คือตำนาน 48 ชั่วโมง ที่แฟนบอลรอจะจนเบื่อ ก่อนถูกบรรจุเข้าสู่ประวัติศาสตร์ข่าวลือในตำนานของวงการลูกหนัง

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง
6.) อาร์ตูโร่ วิดัล
กองกลางทีมชาติชิลีตกเป็นข่าวหนาหูกับทัพ “ปีศาจแดง” เมื่อช่วงปี 2014 ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล แต่ทว่าด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บที่เจ้าตัวเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดบริเวณหัวเข่าทำให้กุนซือรายนี้ไม่อยากที่จะเสี่ยงในการดึงตัวมาเสริมทัพ
ทำให้สุดท้าย วิดัล โยกย้ายไปค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค พร้อมประสบความสำเร็จอย่างมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในกองกลางเบอร์ต้นๆ ของลีกเยอรมันในช่วงนั้น จากนั้นชีวิตลูกหนังของเขาก็ยังคงได้ค้าแข้งกับทีมใหญ่ของยุโรปมาตลอดทั้งกับ บาร์เซโลน่า และปัจจุบันกับ อินเตอร์ มิลาน
กลายเป็นว่าการตัดสินใจพลาดครั้งนั้นถือว่าน่าเสียดายสำหรับทีมไม่ใช่น้อย เพราะ วิดัล เองก็น่าจะเข้ามาช่วยยกระดับเกมแดนกลางของ ยูไนเต็ด ให้ได้ดีขึ้นไปอีก แต่ทว่าสุดท้ายก็เป็นเพียงข่าวที่ถูกนำเสนอออกมาว่าใกล้เคียงได้ร่วมงานกันเท่านั้น

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง
5.) เปาโล ดีบาล่า
ครั้งหนึ่งชื่อของ ดีบาล่า ตกเป็นข่าวหนาหูมากๆ กับทัพ “ปีศาจแดง” สมัยที่มี หลุยส์ ฟาน กัล เป็นกุนซือของทีม โดยในตอนนั้นแข้งชาวอาร์เจนติน่า พึ่งมีอายุเพียง 23 ปี เท่านั้น และพึ่งย้ายไปร่วมทัพ ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 32 ล้านยูโร
ก่อนที่จะหวนกลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งช่วงซัมเมอร์ 2019 เพราะตามที่ข่าวรายงานคือ ยูเวนตุส พร้อมนำตัว ดีบาล่า มาเป็นข้อเสนอในการแลกกับ โรเมลู ลูกากู ซึ่งทั้งสองทีมก็ได้มีการเจรจากันจริงๆ แต่ทว่าดีลดังกล่าวก็ต้องล่มไป เพราะไม่สามารถเจรจาเงื่อนไขส่วนตัวกันได้ ทำให้ ดีบาล่า กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นเส้นขนานที่รอวันมาบรรจบกันต่อไป
แม้ในตอนนี้ ดีบาล่า จะกลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์แล้ว แต่ทว่าจากทิศทางของข่าวก็ยากนักที่ทั้งคู่จะลมหวนได้ร่วมงานกัน เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้เขาจึงกลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ถูกเชื่อมโยงกับ ยูไนเต็ด หลายครั้ง แต่ไม่ได้ร่วมงานกันเสียที

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง
4.) แกเร็ธ เบล
ย้อนกลับไปนี่คือนักเตะที่มีข่าวเชื่อมโยงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แทบจะทุกซัมเมอร์จนกลายเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันไปแล้ว แต่ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และดูท่าทีไม่ได้เข้าใกล้กันเลยสักนิด
นับเฉพาะช่วงที่ เบล ย้ายออกจาก ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ จนกระทั่งได้ร่วมงานกับ ซีเนดีน ซีดาน ดาวเตะทีมชาติเวลส์ค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนะกับทั้งเพื่อนร่วมทีม และเจ้านายคนนี้ ฉะนั้นไม่แปลกที่ชื่อของเขาจะถูกจับมาเล่นกับทัพ “ปีศาจแดง” อยู่ตลอดเวลา ถึงขั้นมีข่าวใหญ่โตว่าจะย้ายมาเพื่อสานต่อตำนานรุ่นพี่อย่าง ไรอัน กิ๊กส์
จนกระทั่งถึงปัจจุบัน เบล กับ ยูไนเต็ด ก็ดูท่าทีแทบไม่มีโอกาสเลยที่จะได้ร่วมงานกัน ต่อให้ช่วงซัมเมอร์นี้เจ้าตัวมีข่าวจะกลับมาอังกฤษ สถานีแรกๆ ที่ถูกคาดหมายก็คือทีมเก่าอย่าง สเปอร์ส รวมไปถึง คาร์ดิฟฟ์ ที่มีข่าวลือออกมาว่าสนใจเช่นกัน

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง
3.) อัลบาโร โมราต้า
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2017 แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวอย่างหนักกับ โมราต้า กินกระแสบนหน้าหนังสือพิมพ์ได้หลายสัปดาห์ แต่ทว่าท้ายที่สุดเป็น เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่ปาดหน้าคว้าตัวไปครองได้สำเร็จ
ส่วนทัพ “ปีศาจแดง” เบนเข้มไปคว้าตัว โรเมลู ลูกากู มาเสริมทัพแทน ซึ่งบทสรุปของทั้งคู่ก็ถือว่าได้แตกต่างกันมากนัก ก่อนลงเอยด้วยการย้ายทีมในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
ซึ่ง โมราต้า ได้เล่าเหตุการณ์ในช่วงซัมเมอร์ปีดังกล่าวไว้ว่า “ผมได้รับข้อเสนอมากมายไม่ใช่เพียงแค่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี แต่นั่นเป็นสถานการณ์ที่ดีมากสำหรับผม”
“ช่วงต้นซัมเมอร์ ผมไม่รู้ว่า เชลซี สนใจในตัวผม ผมคิดว่าพวกเขาอยากได้คนอื่น บางทีอาจเป็น ลูกากู หรือคนอื่น แต่ผมคุยกับ คอนเต้ หลายครั้ง ผมรู้สึกติดหนี้เขา เขาเซ็นสัญญาให้ผมมาเล่นที่ ยูเวนตุส แต่เขาออกไปคุมทีมชาติอิตาลีอย่างรวดเร็ว”
“แน่นอนผมอยากเล่นให้กับเขา ผมอยู่กับเขาเพียงสองเดือนแต่ผมรู้สึกว่ารู้จักเขามาทั้งชีวิต ผมไม่รอช้า ผมทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อย้ายไปที่นั่น”

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง
2.) โรนัลดินโญ่
นั่งไทม์แมชชีนไปไกลสักหน่อย แต่จะเรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ 48 ชั่วโมงในตำนานอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ ดาวเตะทีมชาติบราซิลในตอนนั้นกำลังค้าแข้งอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเป็นเป้าหมายเสริมทัพเบอร์ต้นๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ซึ่งสาเหตุก็เพราะว่า “ป๋าเฟอร์กี้” อยากได้ตัวเข้าแทนที่ของ เดวิด เบ็คแฮม ที่ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ทำให้พวกเขาเดินหน้าแบบสุดกำลัง และเกือบที่ได้ลายเซ็นของยอดแข้งรายนี้แล้ว แต่ทว่าในช่วง 48 ชั่วโมงสุดท้าย กลายเป็น บาร์เซโลน่า นำมาโดย ซานโดร โรเซลล์ ที่เข้ามาเจรจาพร้อม ภายหลังชูนโยบายจะนำพาแข้งรายนี้มาสู่ทีมถ้าเขาชนะคะแนนโหวต
สุดท้ายก็ตามที่คาดไว้ โรเซลล์ เข้าป้ายชนะเลือกตั้งได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานสโมสร ก่อนที่ดีลนี้จะเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้นๆ กลายเป็นทัพ “ปีศาจแดง” โดนปาดหน้า ชนิดที่เรียกได้ว่า 48 ชั่วโมงของจริง

ตำนาน “48 ชั่วโมง” ของผีแดง
1.) เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์
เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ ชนิดที่เรียกได้ว่าแผลตกสะเก็ดไปได้ไม่นานสำหรับกองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์
ย้อนกลับไป แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามตามจีบตั้งแต่สมัยที่นักเตะค้าแข้งอยู่กับ ซัลซ์บวร์ก จนกระทั่งย้ายมา ดอร์ทมุนด์ ชื่อของดาวเตะรายนี้ยังคงอยู่ในลิสต์เสริมทัพของพวกเขามาตลอด และถูกประโคมข่าวต่างๆ นานา ว่ามีโอกาสได้ร่วมงานกันมากพอสมควร แต่ทว่าท้ายที่สุดยังคงเป็นเพียงเส้นขนาน และดูท่าคงหาวัยบรรจบยากเหลือเกินเมื่อนักเตะเลือกย้ายไป แมนฯ ซิตี้
แม้อนาคตของ ฮาแลนด์ ยังคงอีกไกล แต่ทว่าด้วยการเลือกย้ายไปทีมตรงข้าม ซึ่งมีความผูกพันมาตั้งแต่ยุคคุณพ่อแล้ว โอกาสที่จะได้กลับมาร่วมงานกับ ยูไนเต็ด นั้นค่อนข้างที่จะยากเหลือเกิน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here