ก่อนหน้าปี 2004 ฟุตบอลอังกฤษ ไม่ได้มีกฎตายตัว เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ผู้เล่นที่โดนปล่อยยืมตัวไปยังสโมสรหนึ่ง จะไม่สามารถลงเล่นเจอกับสโมสรต้นสังกัดที่แท้จริงได้ฟุตบอลสโมสรยุโรป ไม่ได้มีกฎนี้ หมายความว่าคุณสามารถลงดวลกับต้นสังกัดที่แท้จริงได้ หากทีมที่คุณยืมตัวไปเล่น ดันมาเจอกับทีมแท้จริงเข้าพอดีตัวอย่างคลาสสิกมีเยอะ ที่เด่นชัดคือ เฟร์นานโด มอร์ริเอนเตส ที่โดน เรอัล มาดริด ปล่อยไปให้ โมนาโก ยืมในฤดูกาล 2003/04 แล้วกลับมาทำแสบใส่ มาดริด เองใน ชปล. รอบ 8 ทีมสุดท้ายทั้งสองนัด


ทว่าในอังกฤษ มันแตกต่างออกไป หากเป็นในฟุตบอลถ้วย ถ้าไม่ติด คัพไท – หมายถึงลงเล่นในรายการนี้ให้กับทีมต้นสังกัดหนึ่งแล้ว นักเตะไม่สามารถลงเล่นให้ทีมอื่นได้ในฤดูกาลเดียวกัน พวกเขาสามารถลงเจอทีมต้นสังกัดแท้จริงได้


ส่วนใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ก็เหมือนกับพรีเมียร์ ลีก คือนักเตะตัวยืม ไม่สามารถลงเจอทีมต้นสังกัดแท้จริงได้ แต่มันมี “ข้อยกเว้น” ที่ผ่อนปรนกว่าใน พรีเมียร์ ลีกนั่นก็คือหาก 2 สโมสรที่ทำสัญญายืมตัวนักเตะกัน ตกลงกันได้ มีการลงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนในสัญญา นักเตะตัวยืมก็สามารถลงเจอต้นสังกัดจริงได้ แต่ถ้าย้อนไปกฎเหล่านี้มันไม่เคยมีอยู่ นักเตะยืมตัวก็เจอต้นสังกัดจริงได้ตามสบาย หากไม่ได้มีการตกลงอะไรกันล่วงหน้า


จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นคือพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2003/04 ขณะนั้น นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ยังเป็นทีมระดับท็อป 5 พวกเขาสามารถลุ้นอันดับไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เลยภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน นิวคาสเซิ่ล เป็นทีมเล่นเกมรุก เล่นบอลสนุก เพียงแต่คู่กองหน้าที่ปู่บ็อบ ไว้วางใจลงเล่นเป็นประจำคือ อลัน เชียเรอร์ กับ เครก เบลลามี่ และมี โชล่า อเมโอบี้ คอยสลับสับเปลี่ยนในทีมนิวคาสเซิ่ล


ตอนนั้นยังมีตัวรุกอยู่อีกคน ที่ไม่พอใจกับการไม่ค่อยได้โอกาสลงสนาม นั่นก็คือ โลมาน่า ลัวลัว ตอนปี 2003 ลัวลัว ดันออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาอยากให้ทีมมีการโรเตชั่นมากขึ้น และเชื่อว่าเขากับตัวสำรองหลายคนก็อยากลงเล่น ไม่ได้แค่อยากมานั่งรับเงินเฉยๆ”ผมคิดว่าผมสมควรได้รับโอกาสแล้วตอนนี้ เช่นเดียวกับตัวสำรองอีกหลายคนในทีม แม้ว่าบางคนอาจมีไอเดียที่ว่าพวกเราชอบที่จะนั่งสำรองและได้ค่าจ้างงามๆ ไม่มีอะไรห่างไกลความจริงไปกว่านี้แล้ว ผมไม่ใช่มานี่เพื่อเงิน ผมอยากเล่นฟุบอล และแสดงให้เห็นว่าผมทำอะไรได้บ้างอย่างสม่ำเสมอ”


การพูดแบบนี้เท่ากับเป็นการตำหนิไปยังปู่บ็อบ ซึ่งร้อยวันพันปีไม่เคยจะโมโห หรือพูดแรงๆ กับใคร โดยเฉพาะต่อหน้าสื่อ แต่หนนี้ ปู่บ็อบทนไม่ไหว”เขากล้าพูดแบบนี้ได้ไง? ผมเป็นคนจัดการสโมสรนี้ ลัวลัว ไม่มีความเป็นมืออาชีพมาตลอด สิ่งที่เขาควรทำคือเงียบปากไว้ และทำในสิ่งที่เขาถูกจ้างมาทำดีกว่า”ความตึงเครียดและไม่พอใจมีมากขึ้นเรื่อยๆ ลัวลัว แทบไมได้ลงเล่นเลยในฤดูกาล 2003/04 จนกระทั่งต้นปี 2004 ก็มีไอเดียเกิดขึ้นจากทางฝั่งพอร์ทสมัธตอนนั้น แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ คุมปอมปีย์ เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ ลีก แต่ทีมกำลังอยู่ในโซนแดง พวกเขาต้องการกำลังเสริม โดยเฉพาะแนวรุกพอร์ทสมัธ จัดการยื่นเรื่องไปยังนิวคาสเซิ่ล ขอยืมตัว โลมาน่า ลัวลัว ทันทีเป็นเวลา 3 เดือน ไปจนจบฤดูกาล

และพร้อมจ่ายค่ายืมให้ด้วย 100,000 ปอนด์นิวคาสเซิ่ล มองว่างานนี้มีแต่ได้กับได้ เพราะได้เงินค่าขนมนิดหน่อย บวกกับนักเตะที่พวกเขายังไงก็ไม่ได้อยู่ในแผน ปล่อยไปเผลอๆ ถ้าไปเล่นดี กลับมาอาจจะรีเซ็ต เคลียร์สมองให้โล่งขึ้นด้วย เป็นผลดีต่อทีมทั้งนั้น พวกเขาเลยตกลงทันทีการปล่อยนักเตะยืมตัวก่อนหน้านั้น ทีมแม่ มักใส่เงื่อนไขเอาไว้ ถ้าพวกเขาไม่อยากให้นักเตะของพวกเขาแว้งกลับมากัดตัวเอง ในบางกรณี ก็อาจมีการตั้งใจปล่อยผ่าน เรียกว่าเป็นการทำสัญญายืมตัวแบบแมนๆ ไปเลย เช่น อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ให้ ลีดส์ ยืม เจอร์เมน เพนแนนท์

ลัวลัว ย้ายไปปอมปีย์ ประเดิมเกมแรกก็ทำประตูได้ทันที แต่ทีมแพ้ สเปอร์สไป 3-4ถัดมา พวกเขาแพ้เชลซี 0-2 และมาถึงเกมสำคัญ นั่นคือ พอร์ทสมัธ ต้องรับมือการมาเยือนของนิวคาสเซิ่ลขณะนั้น ปอมปีย์ อยู่โซนตกชั้น ต้องการแต้มอย่างที่สุด ขณะที่ นิวคาสเซิ่ล ลุ้นท็อป 4 เพื่อไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ไม่ต้องคิดมากเขาส่ง โลมาน่า ลัวลัว เจอต้นสังกัดที่แท้จริงทันที เพราะนิวคาสเซิ่ล ไม่ได้ใส่รายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรว่าห้ามลงเจอทีมต้นสังกัดที่แท้จริง
ตอนทำสัญญายืมตัว มันเลยไม่ผิดกฎใดๆ ณ เวลานั้นคงไม่มีอะไรให้พูดถึง หากเกมนี้ ประตูในนาทีที่ 34 ของ เครก เบลลามี่ จะกลายเป็นประตูชัยให้นิวคาสเซิ่ลหรือลูกโหม่งของ อลัน เชียเรอร์ ในช่วงท้ายเกมเข้าประตูไป แทนที่จะชนคาน ทีมของ บ็อบบี้ ร็อบสัน คงกลับออกมาพร้อมชัยชนะ


แต่ในนาทีที่ 89 ปอมปีย์ เล่นเตะมุมสั้น บอลเปิดเข้ามาในเขตโทษและเป็น โลมาน่า ลัวลัว ที่วอลเล่ย์เข้าไปตุงตาข่าย ตีเสมอให้เจ้าถิ่นได้สำเร็จ 1-1เป็นสมัยนี้ เราอาจเห็น ลัวลัว เฉยๆ ไม่ยินดีอะไรมากนัก “ให้เกียรติต้นสังกัดและแฟนบอล” แต่นั่นไม่ใช่ ลัวลัว เมื่อปี 2004 เขาต้องการพิสูจน์คุณค่าของตัวเองอยู่แล้ว อยากตอกหน้านิวคาสเซิ่ล และเมื่อเขาทำประตูได้ เขาก็ฉลองสุดเหวี่ยง ถอดเสื้อดีใจและฉลอง ด้วยท่าตีลังกา อันเป็นท่าประจำของเขา ที่มันบังเอิญไปกว่าก็คือ เกมนี้ เตะกันวันอาทิตย์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2004 เป็นวันที่ใน 4 ปีจะมีขึ้นสักครั้งเหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้แฟนบอลนิวคาสเซิ่ลอย่างมาก
นักเตะสาลิกาดง ก็ไม่พอใจ และแน่นอน ปู่บ็อบ หงุดหงิดมาก โทษฝ่ายทำสัญญาที่ไม่รอบคอบ ไม่ใส่เงื่อนไขห้ามเจอทีมต้นสังกัดเอาไว้ภายหลัง โลมาน่า ลัวลัว ต้องให้สัมภาษณ์ขอโทษแฟนบอลนิวคาสเซิ่ล อ้างว่า เขาแค่ทำหน้าที่ของเขา ในฐานะนักเตะพอร์ทสมัธเชื่อว่าเหล่าทูนอาร์มี่ คงทำใจได้หากยิงเข้าแล้วไม่ได้ดีใจอะไรมากนัก แต่นี่ ลัวลัว เล่นฉลองแบบสุดเหวี่ยงย่อมทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์นี้ เกิดข้อถกเถียงเป็นกว้างเกี่ยวกับเงื่อนไขสัญญานักเตะยืมตัวในปีนั้นเอง
สมาคมฟุตบอลอังกฤษ และ พรีเมียร์ ลีก เลยออกกฎเป็นทางการ เป็นลายลักษณ์อักษรลงไปเลยว่า ต่อไปนี้ นักเตะยืมตัวในพรีเมียร์ ลีก จะไม่สามารถลงเจอกับต้นสังกัดที่แท้จริงของตัวเองได้หนึ่งในเหตุผลของพรีเมียร์ ลีก คือกลัวว่าจะมีการ “ฮั้ว” หรือเล่นไม่เต็มความสามารถ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ต้นสังกัดจริงแต่เหตุผลนี้แน่ล่ะ ในปี 2004 คงใช้ไม่ได้กับ โลมาน่า ลัวลัว เพราะหมอนี่เอาจริงเสียยิ่งกว่าเอาจริงซะอีกจบฤดูกาลนั้น ปอมปีย์ ไม่เพียงรอดตกชั้น พวกเขาทำผลงานยอดเยี่ยม แพ้แค่นัดเดียวจาก 10 นัดหลังสุด จบด้วยอันดับ 13 ของตารางคะแนน
ตรงกันข้าม นิวคาสเซิ่ล เริ่มเป๋ หลังเสมอพอร์ทสมัธ 11 นัดสุดท้ายของฤดูกาล พวกเขาชนะแค่ 3 นัดเท่านั้น ลงเอยด้วยการเป็นอันดับ 5 ตามหลังลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน ชวดไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างน่าเสียดาย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here