อาถรรพ์ของเมสันเมาท์ที่รอวันถูกทำลาย

อาถรรพ์ของเมสันเมาท์ที่รอวันถูกทำลาย

อาถรรพ์ของเมสันเมาท์ที่รอวันถูกทำลาย
อกหักครั้งแรกกับ ดาร์บี้
ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2018-19 ขวบปีที่ยังไม่ค่อยมีแฟนบอลคุ้นหูมากนักกับวัยรุ่นที่มีนามว่า เมสัน เมาท์ โดยตอนนั้นเจ้าตัวถูกส่งไปให้ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ภายใต้การทำทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยืมตัวไปใช้งาน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่านั่นไม่ต่างอะไรกับการแจ้งเกิดอย่างสมบูรณ์แบบของเด็กวัย 19 ปี ณ ขณะนั้น
ในฤดูกาลปกติ เมาท์ ลงสนามในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ไปมากถึง 35 นัด ซึ่งถือว่ามากพอสมควร อีกทั้งยังกระทุ้งประตูไปได้มากถึง 8 ประตู พ่วงกับอีก 5 แอสซิสต์ พาทัพ “แกะเขาเหล็ก” จบในอันดับที่ 6 ของตาราง ได้ตั๋วไปเล่นรอบเพลย์ออฟเพื่อหาทีมสุดท้ายในการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด
ด่านแรกพวกเขาสามารถผ่าน ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไหร่นักด้วยสกอร์รวม 4-3 ซึ่ง เมาท์ สามารถทำได้ 1 ประตู ช่วยทีมกรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์โคจรมาพบกับ แอสตัน วิลล่า อีกหนึ่งยักษ์หลับของอังกฤษที่ต้องการตีตั๋วขึ้นลีกสูงสุดเช่นเดียวกัน
เกมในวันนั้น เมาท์ ได้โอกาสออกสตาร์เป็น 11 ตัวจริง แต่ทว่าก็ไม่อาจต่อกรกับความแข็งแกร่งของทัพ “สิงห์ผงาด” ได้ โดนเบียดเข้าป้ายคว้าชัยไปครอง 2-1 แน่นอนนี่การเปิดซิงความผิดหวังครั้งแรก ณ สังเวียนที่มีชื่อว่า เวมบลีย์

อาถรรพ์ของเมสันเมาท์ที่รอวันถูกทำลาย
เอฟเอ คัพ 2020
หลังทำผลงานได้อย่างน่าพอใจกับ ดาร์บี้ ซีซั่นถัดมา ด้วยความที่ เชลซี แต่งตั้ง แฟรงค์ แลมพาร์ด ขึ้นมาคุมทัพ ฉะนั้นแล้วศิษย์รักที่รู้มือกันเป็นอย่างดีอย่าง เมาท์ ย่อมเป็นหนึ่งในนักเตะที่กุนซือรายนี้จะรั้งไว้อยู่กับทีม และบวกกับสถานการณ์ ณ ตอนนั้นทัพ “สิงห์บลูส์” ถูกห้ามซื้อนักเตะเข้าสู่สโมสรยิ่งเป็นโอกาสอันดีของเด็กหนุ่มรายนี้
ซึ่งกับซีซั่นแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีกจะว่าไป เมาท์ เองก็สอบผ่านแบบฉลุย พร้อมเป็นตัวหลักของทีม ลงสนามในทุกรายการไปทั้งหมด 53 นัด จัดการซัดไป 8 ประตู พ่วงกับอีก 6 แอสซิสต์ เรียกได้ว่าแจ้งเกิดต่อหน้าแฟนบอลได้อย่างยอดเยี่ยม
ซึ่งในฤดูกาล 2019-20 นี่ เชลซี สามารถตีตั๋วเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศบอลถ้วยอย่างเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ ด้วยการโคจรไปพบกับ อาร์เซน่อล แต่ทว่าต้องลงเอยด้วยความผิดหวังโดนทัพ “ปืนใหญ่” เฉือนชนะไป 2-1 โดยเกมในวันนั้น เมาท์ ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอยู่ในสนามราว 78 นาที ทำให้เหมือนเป็นภาพรีเพลย์ชีช้ำกับสนามแห่งเดิมอีกครั้ง

อาถรรพ์ของเมสันเมาท์ที่รอวันถูกทำลาย
เอฟเอ คัพ (อีกครั้ง)
หลังอกหักลงเล่น ณ สนามเวมบลีย์มา 2 ฤดูกาลติดต่อกัน แต่ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ ว่าแล้วฤดูกาล 2020-21 ก็เป็นอีกครั้งที่ เชลซี และ เมสัน เมาท์ ตีตั๋วกลับมาลงเล่นที่สังเวียนแห่งนี้อีกครั้งในรายการเดิมอย่าง เอฟเอ คัพ
ไล่เรียงก่อนว่าในฤดูกาลดังกล่าว 5 เกมก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ เมาท์ ถูกส่งลงสนามไปมาถึง 4 นัด พร้อมทำไปได้ 1 ประตู ก่อนโคจรมาพบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกหนึ่งคู่แข่งที่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถประมาทได้ เพราะด้วยผลงาน และกึ๋นของกุนซือของพวกเขาอย่าง แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ย่อมมีพิษสงที่น่ากลัว
ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นเกมที่ดำเนินไปด้วยความสูสี ต่างฝ่ายต่างงัดแท็คติกของตัวเองออกมาใช้ เชลซี มีโอกาสทำประตูมากกว่า แต่อย่างว่าฟุตบอลไม่ได้วัดกันที่โอกาส และเมื่อ เลสเตอร์ อาศัยความเฉียบคมที่มากกว่าก็จัดการซัดประตูชัยเข้าไปในช่วงนาทีที่ 63 ซึ่งตลอด 90 นาที นี่คือโอกาสยิงตรงกรอบครั้งเดียวของทัพ “สุนัขจิ้งจอก”
และแน่นอน เมาท์ ที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมนี้ต้องพบกับความผิดหวังที่รับได้ยาก 3 ครั้ง ณ เวมบลีย์ ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ทั้งหมด แม้ในรายการอื่นจะสามารถเอื้อมมือไปสัมผัสแชมป์ แต่กับสังเวียนแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ที่ เมาท์ ยังคงคว้าชัยมาครองในรอบชิงชนะเลิศไม่ได้สักที

อาถรรพ์ของเมสันเมาท์ที่รอวันถูกทำลาย
พลาดแชมป์ยูโร
หลังผิดหวังในระดับสโมสรไปถึง 3 ครั้ง คราวนี้ด้วยโชคชะตาก็พาให้ เมาท์ ต้องลงเล่นในสังเวียน เวมบลีย์ ในฐานะคู่ชิงชนะเลิศศึกยูโร 2020 ระหว่างทีมชาติอังกฤษ ที่โคจรมาพบกับทัพ “อัซซูรี่” อิตาลี
โดยในเส้นทางก่อนถึงเกมนัดชิงดำ เมาท์ ถือว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของทัพ “สิงโตคำราม” ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่ม จนกระทั่งถึงนัดชิงชนะเลิศ แม้จะไม่สามารถทำประตูได้ แต่เป็นคนสำคัญในแผนงานของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือของทีม
ส่วนในนัดชิงชนะเลิศ เมาท์ ได้โอกาสอยู่ในสนาม 99 นาที ก่อนถูกถอดออก และเป็น แจ็ค กรีลิช ที่ถูกส่งลงสนามไปแทน ซึ่งบทสรุปก็อย่างที่เรารู้กัน อังกฤษ พ่ายจุดโทษให้กับอิตาลี พลาดโอกาสคว้าแชมป์ยูโรสมัยแรกอย่างเจ็บแสบ ทั้งที่มีโอกาสได้ฉลองชัยในบ้านของตัวเอง ส่วนทางด้าน เมสัน เมาท์ ก็คงช้ำไม่ต่างกัน ซึ่งเราเองก็คงไม่สามารถสาธยายถึงความเจ็บปวดในครั้งนี้ได้เช่นกัน

อาถรรพ์ของเมสันเมาท์ที่รอวันถูกทำลาย
ลีก คัพ ขบวนล่าสุด
จากวันนั้นที่ลงสนามกับ ดาร์บี้ นับจนมาถึงเกมนัดชิงชนะเลิศศึกลีก คัพ ก็กินเวลาไปกว่า 3 ปี ที่ เมาท์ ยังคงต้องผิดหวังกับเกมรอบชิงชนะเลิศในสนามเวมบลีย์ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่หัวใจของเขาแตกสลาย
ซึ่งในเกมดังกล่าวที่โคจรมาพบกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงเวลาปกติ เมาท์ เกือบที่จะทำประตูให้กับทีมได้หลายๆ ครั้งทั้งโอกาสได้หวดจ่อๆ ในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่กลับพลาดไปแบบไม่น่าเชื่อ รวมไปถึงในช่วงต้นครึ่งหลัง เชลซี มีโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจาก เมสัน เมาท์ ที่หลุดกับดักล้ำหน้า รับบอลจาก คริสเตียน พูลิซิช และเข้าไปดวลเดี่ยวๆ แต่ดันยิงหนีมือ เคลเลเฮอร์ ไปชนเสาซะงั้น
ก่อนที่บทสรุปต้องไปหาผู้ชนะจากการดวลจุดโทษ ก่อนที่จะเป็น ลิเวอร์พูล ที่แม่กว่าเอาชนะไปได้ 11-10 ซิวแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ซึ่งหลังจบเกมนี้อาถรรพ์เกี่ยวกับ เมาท์ ที่สนามเวมบลีย์ถูกหยิบยกมาพูดถึงกันมากยิ่งขึ้น เพราะ 5 ครั้ง ณ สนามแห่งนี้ในรอบชิงฯ ชายวัย 23 ปี ล้วนอกหักผิดหวังแบบช้ำๆ ทุกครั้งไป

อาถรรพ์ของเมสันเมาท์ที่รอวันถูกทำลาย
อาถรรพ์ที่ยังไม่ถูกทำลาย
แผลสดที่เพิ่งเกิดขึ้นแบบร้อนๆ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โอกาสอีกครั้งที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสโทรฟี่แชมป์ แต่ทว่าก็ต้องมาพบกับคู่แข่งสุดหินอย่าง ลิเวอร์พูล อีกครั้ง
และเป็นอีกเกมที่ 120 นาทีไม่สามารถหาผู้ชนะได้ต้องยืดเยื้อไปถึงช่วงดวลจุดโทษ ซึ่งก็อย่างที่ทุกคนทราบกันว่าบทสรุปเป็นพลพรรคทัพ “หงส์แดง” ที่แม่นกว่าเอาชนะไปได้ 6-5 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ
ส่วนชายที่ชื่อ เมสัน เมาท์ เหมือนบทละครที่เขียนมากลั่นแกล้งกัน เขาคือคนสังหารจุดโทษคนที่ 7 ของทีม แต่ทว่าถูก อลิสซอน เซฟไว้ได้ ก่อนที่คนต่อมาของ ลิเวอร์พูล จะสังหารเข้าไป ภาพที่เขาทรุดลงไปนั่งกับพื้นภาษากายที่แสดงออกมาว่าผิดหวังมากขนาดไหน ความพยายามที่อยากจะเอาชนะในวันนี้มันยังไม่สามารถก้าวผ่านข้ามไปได้
แต่ยังไงเสียเชื่อว่าอนาคตอันใกล้ เมาท์ จะสามารถพังทลายกำแพงตรงนี้ลงได้ และกลับมาในฐานะผู้ชนะ และผู้พิชิตเวมบลีย์สังเวียนที่เขาอยากจะกำราบให้ได้มากที่สุด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here