นักฟุตบอลจากแต่ละภูมิภาคทั่วโลก ล้วนมีจุดเด่นแตกต่างกัน ผู้เล่นจากยุโรปขึ้นชื่อในเรื่องเทคนิค และแทคติก, แข้งจากลาตินอเมริกา สร้างชื่อจากความสามารถเฉพาะตัว เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว และนักกีฬาแอฟริกัน ไม่มีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่าพละกำลังแข็งแกร่ง สำหรับนักเตะจากเอเชีย จุดเด่นของพวกเขาคงหนีไม่พ้น “ความขยัน” คุณสมบัติเหล่านี้เต็มเปี่ยมในตัวนักฟุตบอลเกาหลีใต้ ตั้งแต่รุ่นพี่อย่าง พัค จีซอง จนถึงซูเปอร์สตาร์รุ่นน้อง ซน ฮึงมิน แข้งจากดินแดนโสมขาวขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องความฟิต วิ่ง 90 นาทีไม่มีหมด


“นักเตะเกาหลีใต้ขึ้นชื่อเรื่องความมีวินัย, ทำงานหนักอย่างเหลือเชื่อ, เต็มไปด้วยความกล้าหาญ และกระหายที่จะก้าวเข้ามาเล่นในลีกยุโรป” เกราร์ด นัส ผู้จัดการทีมชาวสเปน ระดับยูฟ่า โปร ไลเซนส์ ให้ความเห็นถึงนักฟุตบอลจากเกาหลีใต้ ความขยันของ นักเตะเกาหลีใต้ มีรากฐานจากวัฒนธรรมของชาติ ที่สอนให้คนในสังคมรู้จักความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาในการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ หรือ เคลีก ที่เน้นการเข้าปะทะ และความแข็งแกร่งของร่างกาย เนื่องจากคติการทำงานหนักที่ฝังอยู่ในตัวนักเตะชาวเกาหลีใต้ทุกคน

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ พัค จีซอง จะมีฉายาว่า “พัคสามปอด” จากการวิ่งไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เช่นเดียวกับ ซน ฮึงมิน ที่ได้รับฉายาว่า “ซอนนี” มาจากความเร็วในการวิ่งของเขา จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับ โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก ตัวละครชื่อดังจากเกมตระกูลโซนิค สไตล์การเล่นที่เน้นความขยัน และไม่หวาดกลัวต่อการเข้าปะทะของนักฟุตบอลเกาหลีใต้ เข้ากันได้ดีกับรูปแบบของพรีเมียร์ลีก ทั้ง พัค จีซอง และ ซน ฮึงมิน แทบไม่ต้องปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษ พวกเขาย้ายมาแจ้งเกิดในฐานะตัวหลักของทีม ก่อนก้าวเป็นซูเปอร์สตาร์ของพรีเมียร์ลีก ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี
ตรงกันข้าม นักเตะญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ไม่ได้มีจุดเด่นแบบเดียวกับเกาหลีใต้ แข้งจากแดนอาทิตย์อุทัยขึ้นชื่อในเรื่องของเทคนิค และความเข้าใจแทคติกที่เหนือกว่าชาติไหนในเอเชีย ประเทศญี่ปุ่นจึงส่งออกแข้งฝีมือดีสู่ยุโรปต่อเนื่องนานหลายปี แต่ไม่ว่านักเตะรายนั้นจะเก่งแค่ไหน พวกเขากลับล้มเหลวในอังกฤษ


ฮิเดโตชิ นากาตะ คือ ตัวอย่างที่ชัดเจน หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นรายนี้ พิชิตกัลโช่ เซเรีย อา จากการลงเล่นให้กับเปรูจา, โรมา และปาร์มา เขาย้ายมาสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2005-06 เพื่อพบความล้มเหลวครั้งใหญ่กับโบลตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ดของนากาตะ
สำหรับรุ่นน้องอย่าง ชินจิ คางาวะ เรื่องราวของเขาเลวร้ายยิ่งกว่า นักเตะรายนี้ย้ายจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงพีคของอาชีพ เมื่อฤดูกาล 2012-13 ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 12 ล้านปอนด์ เมื่อบวกกับมันสมองของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แฟนปีศาจแดงทั่วโลกมั่นใจว่า คางาวะ จะประสบความสำเร็จไม่ต่างจาก พัค จีซอง


แน่นอนว่า คางาวะ ไม่เคยก้าวสู่จุดเดียวกับตำนานชาวเกาหลีใต้ เทคนิคอันแพรวพราวของคางาวะ ไม่ตอบโจทย์ฟุตบอลเกมรับของเดวิด มอยส์ เมื่อบวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่ตามรังควาญไม่เลิก คางาวะยอมแพ้กับการค้าแข้งบนเกาะอังกฤษ และกลับคืนต้นสังกัดเก่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในปี 2014
ความล้มเหลวของเพลย์เมคเกอร์สัญชาติญี่ปุ่นในอังกฤษ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก หากเทียบกับฟุตบอลเท้าสู่เท้า และมีแทคติกเข้มข้นของเจลีก เมื่อเจอฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ให้ความสำคัญกับสภาพร่างกาย และการเข้าปะทะ นักเตะญี่ปุ่นเชิงสูงเหล่านี้ จึงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ดั่งนักเตะเกาหลีใต้


ทางกลับกัน นักเตะญี่ปุ่นที่มีจุดเด่นเรื่องความขยัน อย่าง ชินจิ โอกาซากิ สามารถประสบความสำเร็จคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฐานะนักเตะตัวหลักของเลสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาล 2015–16 หรือ มายะ โยชิดะ ที่เทคนิคไม่ดี แต่ทดแทนด้วยความสามารถในการเข้าปะทะ สามารถยืนระยะเป็นกองหลังตัวจริงของเซาแธมป์ตัน ได้เช่นกัน
นักเตะจากเกาหลีใต้จึงประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก เนื่องจากแข้งโสมขาวแทบทั้งหมด ยืนพื้นในเรื่องความขยัน และพละกำลัง ขณะที่นักบอลญี่ปุ่น มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้สไตล์การเล่นแบบนี้ พวกเขาจึงไม่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลอังกฤษเท่าที่ควร

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here