เอฟเฟ็คของ “อีริคเซ่น” ที่มีต่อ “ยูไนเต็ด”

เอฟเฟ็คของ “อีริคเซ่น” ที่มีต่อ “ยูไนเต็ด”

เอฟเฟ็คของ “อีริคเซ่น” ที่มีต่อ “ยูไนเต็ด”ยกระดับของทีม

เริ่มที่ประเด็นแรกต้องบอกว่าด้วยคลาสฟุตบอลของ อิริคเซ่น ตั้งแต่เขาเริ่มเฉิดฉายกับ อาแจ็กซ์ เรื่อยมาจนถึง สเปอร์ส หรือ อินเตอร์ ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีความศิลปะในการเล่นฟุตบอลมากพอสมควร และมักจะช่วยยกระดับของทีมนั้นๆ ได้อยู่เสมอถ้าได้โอกาสลงสนามไปในวาดลวดลายให้แฟนบอลได้ยลโฉม

ซึ่งการเข้ามาเป็นสมาชิกของทัพ “ปีศาจแดง” ย่อมเป็นผลดีต่อการช่วยให้แนวรุกของทีมมีอาวุธที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยตำแหน่งถนัดที่กลายเป็นภาพจำสำหรับตัว อิริคเซ่น คือการเป็นเพลย์เมคเกอร์คอยปั้นเกมอยู่หลังกองหน้า 

แน่นอนด้วยฟุตบอลในแบบ อิริคเซ่น แตกต่างไปจากขุมกำลังที่ เอริค เทน ฮาก มีอยู่ในมือ โดยเฉพาะการแจกจ่ายบอล คอยเชื่อมเกมจากหลังไปหน้า รวมไปถึงวางบอลที่แม่นยำจะกลายเป็นอีกอาวุธใหม่ของทีมทันที

หนำซ้ำจะเป็นการช่วยยกระดับศักยภาพของทีมให้สูงส่งมากไปกว่าเดิมที่ไม่ใช่เพียงเกมรุกเท่านั้น แต่รวมไปถึงการคอยลงมาช่วยตัดเกม ชลอเกมรุกของคู่แข่ง ซึ่งอย่างลืมว่าฤดูกาลที่ผ่านมาที่คือหนึ่งในปัญหาใหญ่ของ ยูไนเต็ด เพราะที่คือหนึ่งในจุดที่สุดปวกเปียกมากพอสมควร 

ซึ่งการเข้ามาของ อิริคเซ่น จะมาช่วยแต่งเติมตรงนั้น และจะยกระดับความน่าเกรงขามให้มีมากไปว่าเดิม แม้สไตล์จะหนักไปที่เกมรุก แต่สามารถลงมาช่วยล้วง ช่วงไล่บอลแดนล่างได้เช่นกัน

โอเคแหละว่าตอนนี้เขายังไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่ทว่าด้วยผลงานที่ผ่านมาทั้งในนามสโมสร หรือทีมชาติมันกำลังบ่งบอกถึงความเจนจัดของเขาจะช่วยยกระดับทีมให้มากกว่าที่มีเป็นอยู่อย่างแน่นอน

เอฟเฟ็คของ “อีริคเซ่น” ที่มีต่อ “ยูไนเต็ด”ตำแหน่งที่หลากหลาย

สืบเนื่องจากประเด็นข้างต้นตัวของ อิริคเซ่น ถือว่ามีตำแหน่งในเล่นที่สามารถยืดหยุ่นได้มากพอสมควร แม้ภาพจำจะเป็นนักเตะในตำแหน่งหมายเลข 10 คอยสร้างสรรค์เกม มีบอลจ่ายทะลุช่อง หรือแอสซิสต์งามๆ ให้เพื่อนทำประตู

ทว่าในช่วง 2-3 ปี หลังที่ผ่านมาดาวเตะวัย 30 ปี หลายครั้งถูกถอยลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคอยคุมจังหวะ และเชื่อมบอลจากแดนหลัง สู่แดนหน้า ซึ่งถือว่าทำได้ค่อนข้างดี นอกจากมีบอลบนพื้นที่แม่นยำผิดกับนักเตะกองกลางของ ยูไนเต็ด บางคนที่จ่าย 3 หลายังพลาดได้ แต่รวมไปถึงอาวุธเรื่องของบอลกลางอากาศที่แม่นยำสามารถคาดหวังผลได้ ซึ่งนี่คือการตอบโจทย์ และเกาถูกที่คันของ “ปีศาจแดง” เนื่องด้วยซีซั่นก่อนไม่มีนักเตะในลักษณะแบบนี้เลย

หรือย้อนกลับไปช่วงซีซั่นสุดท้ายกับ อินเตอร์ ทางฝั่ง อิริคเซ่น เคยถูกจับไปยืนตัวต่ำสุดของแดนกลางมาแล้วในการคอยไล่ตัดเกมรุกของคู่แข่ง ซึ่งถ้าดูจากเว็บสถิติระบุว่าถ้าเจ้าตัวลงเล่นในบทบาทดังกล่าวทีมก็มักจะลงเอยด้วยชัยชนะเช่นกัน แต่ทว่าก็อาจจะเสียของไปบ้างเล็กน้อย เพราะอาจถูกตัดในเรื่องของเกมรุกที่เขาถนัดไปบ้าง

ข้ามมาที่ตำแหน่งตัวบนกันบ้าง อิริคเซ่น สามารถขยับเล่นตัวริมเส้นได้แบบสบายๆ ไม่ว่าจะซ้าย หรือขวา เพราะเคยสัมผัส และลิ้มลองมาหมดแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่บทบาทนี้จะถูกใช้งานตอนสวมเครื่องแบบของ สเปอร์ส แม้อาจจะไม่มีความรวดเร็ว แต่ทดแทนด้วยการจ่ายบอลที่เฉียบขาด รวมไปถึงบ่อยครั้งที่แอสซิสต์ช่วยทีมผลิตสกอร์

ฉะนั้นด้วยความหลากหลายตรงนี้เราไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า เทน ฮาก จะใช้งานในรูปแบบไหน จะเกิดคู่ บรูโน่ แฟร์นานเดส ในการเล่นร่วมเกมรุกไปเลย หรือถอยมายืนเป็นมิดฟิลด์ แม้กระทั่งขยับไปยืนริมเส้น น่าสนใจเหลือเกินว่า อิริคเซ่น ในคราบ “ปีศาจแดง” จะออกมาในรูปแบบไหน

เอฟเฟ็คของ “อีริคเซ่น” ที่มีต่อ “ยูไนเต็ด”ประสบการณ์

แม้ เอริค เทน ฮาก กุนซือป้ายแดงของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะขึ้นชื่อเรื่องของการปลุกปั้น และให้โอกาสนักเตะดาวรุ่ง แต่ทว่าในทีมของเขาก็ต้องมีเหล่ารุ่นพี่ หรือแข้งมากประสบการณ์ในการคอยช่วยประคอง และรับมือกับสถานการณ์ที่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละเกม

ฉะนั้นแล้วในประเด็นนี้ชื่อของ อิริคเซ่น สามารถช่วยได้มากเลยทีเดียว อย่างที่เรารู้กัน อิริคเซ่น แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวก็จาก สเปอร์ส เพื่อนร่วมศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ค้าแข้งอยู่นานกว่า 7 ปี ทำให้การกลับมาในครั้งนี้แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก สังเกตุได้เลยกับผลงานในสีเสื้อของ เบรนท์ฟอร์ด ชนิดที่ว่าแกะซองปุ๊บ สามารถใช้งานได้ปั๊บ

รวมไปถึงในฟุตบอลระดับสูง อิริคเซ่น ก็สะสมเข็มไมล์มากพอสมควร โดยเฉพาะในนามทีมชาติเดนมาร์กผ่านเวทีมาแล้วทั้งฟุตบอลโลก หรือศึกยูโร แน่นอนว่าด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมามันจะเป็นตัวช่วยหนึ่งของ เทน ฮาก ในการพา ยูไนเต็ด กลับเข้าฝั่งมีผลงานที่ยอดเยี่ยม และคงเส้นคงวามากกว่าเดิม

คาดหวังเรื่องประตู หรือแอสซิสต์

แม้จะไม่ใช่นักเตะที่ถูกจัดอยู่ในประเภทถล่มประตูแบบแหลกลาญ แต่ทว่าถือว่าเป็นแข้งที่สามารถคาดหวัง และสามารถกำหนดทิศทางผลการแข่งขันได้ดีที่สุดคนหนึ่ง

จากสถิติฤดูกาลที่ทำประตูดีที่สุดของเจ้าตัวคือเมื่อซีซั่น 2017-18 ที่ทำไปได้ 14 ตุง ในสีเสื้อของ “ไก่เดือยทอง”  ส่วนในอีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของการแอสซิสต์ ยกตัวอย่างซีซั่นล่าสุดกับ เบรนท์ฟอร์ด ลงสนามในทุกรายการไปทั้งหมด 11 เกม ทำไปได้ 4 แอสซิสต์ พ่วงกับอีก 1 ประตู

อาจไม่ได้เยอะแยะมากมาย แต่ทว่าสามารถเป็นคนที่ยกระดับของทีม และช่วยให้สโมสรผลิตสกอร์ได้มากขึ้น จนได้ผลการแข่งขันตามที่ต้องการได้สำเร็จ

และเมื่อถ้าปรับเปลี่ยนมาอยู่ในมือของ เทน ฮาก ทั้งตัวเขา และเหล่าสนับสนุนที่มีมาตรฐานสูงขึ้นแฟนบอลก็ย่อมฝากความหวังในการของการผลิตประตู และแอสซิสต์ได้มากขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตามตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเพียงการวิเคราะห์ตามหน้ากระดาษ ส่วนของจริงจะเป็นอย่างไร อีกไม่นานเราคงจะได้คำตอบที่ชัดเจน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here