หนึ่งในประเด็นร้อนที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดในแวดวงฟุตบอลเวลานี้ คือเรื่องฟุตบอลโลก 2 ปีครั้ง หลายท่านคงพอทราบข่าวแล้วว่า ฟีฟ่า ผุดโปรเจคต์ศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนรูปแบบฟุตบอลโลก จากเดิม 4 ปีครั้ง มาฟาดแข้งกันทุก ๆ 2 ปี โดยมี อาร์แซน เวนเกอร์ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายพัฒนาฟุตบอลเป็นหัวเรือใหญ่
แน่นอนว่าเสียงตอบรับ มีมากพอ ๆ กับเสียงต่อต้าน แถมหัวหอกในการต่อต้านแต่ละคนก็ระดับบิ๊ก ๆ ทั้งนั้น เช่น อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธาน ยูฟ่า และ โธมัส บาค ประธาน ไอโอซี
สรุปกันคร่าวๆ โปรเจคต์ของ เวนเกอร์ หลักใหญ่คือการเตะฟุตบอลโลกทุก 2 ปี ขณะที่จุดแข็งคือการลดจำนวนเกมทีมชาติและการเดินทางของนักเตะในช่วงรอบคัดเลือก ซึ่งเป็นปัญหาปวดหัวของทุกลีกอยู่ในเวลานี้ ด้วยการจัดเบรคทีมชาติยาว ๆ 1 หรือ 2 ช่วงเพื่อเตะรอบคัดเลือกกันให้เสร็จ ช่วงเวลาที่เหลือ นักเตะจะได้อยู่กับสโมสรต้นสังกัดกันยาว ๆ


ส่วนรอบสุดท้ายจะเตะกันในช่วงซัมเมอร์ โดยที่คิวเตะจะไม่ชนทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ของแต่ละทวีป โดยเฉพาะกับทัวร์นาเมนต์ใหญ่น้อง ๆ เวิลด์คัพ อย่างศึกยูโร ซึ่งก็ถือว่าเป็นจุดแข็งที่หลายฝ่ายพยักหน้าเห็นด้วยกันไม่ใช่น้อย
ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายต่อต้านมองว่า การให้ฟุตบอลโลกเตะทุก 2 ปี จะเป็นการเปลี่ยนระบบนิเวศของเกมฟุตบอลระดับทีมชาติไปอย่างสิ้นเชิง ที่บอกว่าคิวเตะไม่ชนกับทัวร์นาเมนต์ระดับทวีป แต่รับรองได้ว่ากระทบแน่นอน ยิ่งอย่างศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์, เอเชียน คัพ หรือ คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ ส่อแววตายสนิท
ที่น่าสนใจคือการที่ เวนเกอร์ บอกว่าฟุตบอลโลกแบบใหม่จะช่วยให้นักเตะไม่ต้องเจอคิวเตะชุกเกินไป แต่ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ผู้เป็นประธาน ยูฟ่า กลับบอกว่าฟุตบอลโลกทุก 2 ปีนั่นแหละ คือสิ่งที่จะ “ฆ่า” นักฟุตบอล การต้องเตะทัวร์นาเมนต์ใหญ่แทบทุกซัมเมอร์นั่นแหละที่สูบพลังพวกเขามากกว่าสิ่งอื่นใด


ก็น่าแปลกดีที่เรื่องเดียวกัน 2 ฝ่ายดันมีความเห็นที่อยู่กันคนละมุมอย่างสิ้นเชิง และที่สำคัญคือ ฟุตบอลโลกทุก 2 ปี จะทำให้ตัวทัวร์นาเมนต์ถูก “ด้อยค่า” ลงไปเรื่อย ๆ ค่าที่มัน “ถี่” เกินไป เพราะอะไรที่มันจะ “ขลัง” อาจต้องใช้ปัจจัยบางอย่าง ซึ่งเวลาและการรอคอย คือหนึ่งในนั้น


เอาเข้าจริง จุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย ก็ทำให้แฟนบอลอย่างผมพยักหน้าเห็นด้วยด้วยกันทั้งคู่ ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าในการโหวตเรื่องนี้ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ สมาคมลูกหนังของแต่ละชาติสมาชิกจะใช้อะไรเป็นปัจจัยในการเลือกระหว่างเหตุผลหรือความรู้สึก


แต่ที่แน่ ๆ หาก ฟีฟ่า อยากผลักดันให้โปรเจคต์นี้เกิดขึ้น พวกเขาอาจต้องโน้มน้าว ยูฟ่า มาเป็นพวกให้ได้ เพราะถ้าสุดท้าย ยูฟ่า บอยคอตต์ อย่างที่ เซเฟริน ขู่ไว้จริง ฟุตบอลโลกรูปแบบใหม่ของพวกเขา ก็อาจไปไม่รอดเช่นกัน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here