1. คู่แข่งพากันสะดุดไปเอง
ลำพังแค่ แมนฯ ซิตี้ เก็บชัยชนะเรื่อยๆ ก็ลำบากมากพอแล้ว สำหรับคู่แข่งที่จะทำแต้มไล่ตาม เพราะลูกทีม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มพีคสุดขีด เจอกับใครก็ยิงเละเป็นโจ๊ก ไม่สนว่าเป็นใครมาจากไหน จะฟอร์มดีอย่างไรก็ตาม
ยิ่งตอนนี้ทั้ง เชลซี และ ลิเวอร์พูล มาสะดุดขาตัวเอง ทั้งเสมอ และ แพ้ให้กับคู่แข่ง โดยเฉพาะ หงส์แดง ที่บุกไปพ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ทำแต้มหนีห่าง เพิ่มช่องว่างเป็น 8 คะแนนไปแล้ว หลังบุกเฉือน เบนรท์ฟอร์ด 1-0 ดังนั้น ถ้าหาก เรือใบสีฟ้า เก็บ 3 คะแนนไปเรื่อยๆ และ ปล่อยให้คู่แข่งพลาดกันเองเหมือนที่ผ่านๆมา ดูแล้วโอกาสป้องกันแชมป์คงไม่ไกลเกินเอื้อม
จริงอยู่ว่า แมนฯ ซิตี้ อาจสะดุดขาตัวเองได้เหมือนกันในสักวันหนึ่ง แต่การปล่อยให้ เรือใบสีฟ้า ขึ้นนำจ่าฝูง โดยทิ้งคู่แข่งขาดลอยแบบนี้ เป็นอะไรที่ยากมากในการทำแต้มแซงหน้าพวกเขาขึ้นไป

2. ไม่มีเรื่อง โควิด-19 มาเป็นปัญหา
สถานการณ์ โควิด-19 ในแทบสหราชอาณาจักร กำลังระบาดหนักมาก รายงานล่าสุดคือมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ต่อวันอยู่ที่เกือบๆ 130,000 ราย โดยเฉพาะสายพันธุ์ โอไมครอน แพร่กระจายไปทั่วโลก ซึ่งก็ไม่พ้นในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีหลายๆสโมสร ต้องเลื่อนการแข่งขัน เพราะนักเตะ และ สตาฟฟ์โค้ช ติดเชื้อกันเพียบ ต้องคอยอัพเดตกันแบบวันต่อวัน
แต่กระนั้นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าเป็นทีมที่มีมาตรการป้องกันดีมากๆ ไม่มีนักเตะตัวหลักคนไหน มีข่าวติดเชื้อ โควิด-19 เลยแม้แต่คนเดียว เรียกว่ารักษาสุขภาพกันดีสุดๆ ทุกคนพร้อมลงสนาม เป็นตัวเลือกให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการคว้าแชมป์ลีกปัจจุบันเลยล่ะครับ ว่าทีมไหนพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์มากกว่า
ดูอย่าง ลิเวอร์พูล ก่อนหน้านี้ มีติดเชื้อ โควิด-19 ทั้ง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ ซึ่งส่งผลให้อย่างหนักกับผลงานของทีม ที่มีหลุดเสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-2 และ ถึงแม้จะได้ตัวกลับมานัดแพ้ เลสเตอร์ 0-1 ก็ไม่รู้ว่าสภาพร่างกายฟิตพร้อมแค่ไหน
ขณะที่ เชลซี ก็เป็นอีกทีม ที่โดนพิษ โควิด-19 เล่นงานเช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็นนักเตะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โรเมลู ลูกากู, ติโม แวร์เนอร์, มาเตโอ โควาซิช และ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ซึ่งก็ส่งผลต่อผลงานทีม มีทั้งหลุดเสมอ เอฟเวอร์ตัน, วูล์ฟแฮมป์ตัน และ ล่าสุดคือ ไบรท์ตัน เช่นกัน ดังนั้นเรื่องปัจจัย โควิด-19 ต้องบอกว่า แมนฯ ซิตี้ ทำได้ดีมากกว่าจริงๆ ในเรื่องมาตรการป้องกัน


3. ตัวจริง หรือ สำรอง ทดแทน กันได้หมด
ข้อได้เปรียบอีกอย่างของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็คือเรื่องขุมกำลังนี่แหละครับ ทั้งใหญ่และก็แข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่าง ลิเวอร์พูล ถ้าสมมุติขาด เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็กระทบไปหมด แต่กับ เรือใบสีฟ้า พวกเขาจะมีผู้เล่นทดแทนกันได้เสมอ
แต่ไม่ว่า เป๊ป จะเลือกใช้ใครลงสนาม ก็สามารถทดแทนกันได้อย่างไร้ที่ติ เพราะปัจจัยสำคัญคือระบบการเล่น ทุกคนเล่นกันได้อย่างเข้าขา รู้ใจว่าต้องทำอะไร รู้ว่าต้องวิ่งไปตรงไหน ระบบทีมเวิร์คคือโคตรชัด กับสไตล์ ติกิ-ตาก้า ต่อบอลตามช่องด้วยความแม่นยำ
ขนาดไม่มีกองหน้าตัวเป้าอาชีพ แต่ใครลงมาก็สามารถยืนระบบ ฟอลส์ ไนน์ ได้หมด ซึ่ง อิลคาย กุนโดกัน ก็เคยเล่นตำแหน่งนี้มาแล้ว และ ไม่ใช่แค่เกมรุกนะครับ บรรดาเกมรับของ เรือใบสีฟ้า ก็มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมสู่การเก็บชัยชนะได้มากเหลือเกิน ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ แมนฯ ซิตี้ จะยิงได้เยอะสุดในลีก และ เสียน้อยที่สุดในลีก ของซีซั่นนี้


4. ไม่มีตัวผู้เล่นต้องไป แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2021
สอดส่องดูขุมกำลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นอกจากไม่มีคนไหนติด โควิด-19 แล้ว ยังไม่มีผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บด้วย และ ที่สำคัญพวกเขาจะไม่ต้องเสียผู้เล่นคนไหน ไปในศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2021 ณ ประเทศแคเมอรูน ซึ่งจะเริ่มฟาดแข้งในวันที่ 9 มกราคม นี้ นับเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบเหนือกว่าทั้ง ลิเวอร์พูล และ เชลซี
เพราะอย่าง หงส์แดง ก็คงทราบกันดีว่า พวกเขาจะต้องเสียผู้เล่นกำลังหลักถึง 3 คน ไปในการแข่งขันชิงแชมป์กาฬทวีป ไม่ว่าเป็น ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ นาบี เกอิต้า ซึ่งจะพลาดลงช่วยทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างน้อยๆ 2 นัด แน่นอนแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลาที่ขาด 3 คนนี้ จะส่งผลกับทีมมากแค่ไหน
ขณะที่ เชลซี อาจไม่เสียกำลังหลักเยอะเท่า ลิเวอร์พูล แต่คนที่จะหายไปก็คือ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารจอมหนึบของทีม คนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงให้ สิงห์บลูส์ เสียประตูยากมากขึ้น ต้องรอดูว่าพอต้องเปลี่ยนมาใช้ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า จะโชว์ฟอร์มชุ่ยๆเหมือนสมัยก่อนหรือไม่ อันนี้ต้องรอติดตาม แต่เหตุผลเหล่านี้แหละครับ ที่จะช่วยให้ เรือใบสีฟ้า มีโอกาสคว้าแชมป์สดใสมากขึ้น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here