ตัวอย่างการหวนคืนสู่ทีมเก่าของแข้งดาวดังอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ และ โรเมลู ลูกากู นี่แหละ เพราะหากไม่คิดอะไรมาก คือแทบไม่มีใครคิดเลยด้วยซ้ำว่าดีลเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริง ๆ


5. คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู
สโมสรปัจจุบัน : อาร์เบ ไลป์ซิก
มีโอกาสย้ายกลับ : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
เอ็นคุนคู เซ็นสัญญาเข้ามาเป็นเด็กฝึกของ เปแอสเช ตั้งแต่เมื่อปี 2010 ซึ่งขณะนั้นเขาอายุเพียง 13 ปี และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2015 แต่ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริงมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากเจ้าตัวมีสถานะเป็นแค่ดาวรุ่งที่ประสบการณ์น้อยอยู่นั่นเอง
สุดท้ายเขาก็โดนขายออกไปให้ อาร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัวแค่ 13 ล้านยูโรตอนหน้าร้อนปี 2019 ซึ่งนั่นเป็นเหมือนการค้นพบโลกใหม่ที่ช่วยให้กลางรุกชาวฝรั่งเศสสามารถปลดปล่อยพรสวรรค์ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จนกลายเป็นหนึ่งแข้งดาวรุ่งระดับวันเดอร์คิดที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลกตลอด 1-2 ฤดูกาลหลังสุด
และเมื่อเห็นว่าศิษย์เก่าของตัวเองเริ่มฉายแววของดาวเตะระดับโลกออกมามากขึ้น แถมยังมีทีมใหญ่ทั่วยุโรปพยายามตามจีบอย่างหนักทุกรอบตลอดซื้อ-ขาย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จึงเริ่มหาทางดึงตัว เอ็นคุนคู กลับคืนสู่ถิ่น ปราก เดอ แปรงซ์ อีกครั้งก่อนที่จะเสียเขาไปตลอดกาล และหากไม่มีอะไรผิดพลาด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ก็พร้อมยื่นข้อเสนอเป็นเงินก้อนมหาศาลเพื่อซื้อ เอ็นคุนคู เพื่อไปแทนที่ คีเลียน เอ็มบัปเป ที่เตรียมย้ายออกไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2022 พอดี


4. ดีแคลน ไรซ์
สโมสรปัจจุบัน : เวสต์แฮม
มีโอกาสย้ายกลับ : เชลซี
หนุ่มน้อยชาวลอนดอนคนนี้ เซ็นสัญญาเข้าไปเป็นเด็กฝึกของอคาเดมี เชลซี ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 7 ขวบ และเขาก็เป็นสาวกทีมสิงโตน้ำเงินครามเต็มขั้น จึงไม่แปลกที่จะตั้งความหวังเอาไว้ค่อนข้างสูงกับอนาคตตัวเอง
แต่แล้วเจ้าตัวก็ต้องยอมรับโชคชะตาว่าไม่สามารถก้าวขึ้นไปแย่งตำแหน่งรุ่นพี่ระดับโลกทั้งหลายในทีมชุดใหญ่ได้ จึงถูกปล่อยตัวออกไปอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2014
ปัจจุบัน ไรซ์ มีอายุ 22 ปีซึ่งหากมองกันเฉพาะตัวเลขยังถือเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งอยู่เลย แต่เขากลับแสดงให้คนทั้งโลกเห็นถึงพัฒนาการด้านฝีเท้าอันสูงส่งจนได้รับตำแหน่งกัปตันทัพขุนค้อนไปครองเรียบร้อยแล้ว แถมยังเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวรับที่สุดของลีกอังกฤษ ณ เวลานี้ด้วยและยิ่งเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้ทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลยูโรเมื่อกลางปี ทำให้ตอนนี้มีหลายทีมใหญ่พยายามตามจีบกันอย่างหนัก โดยเฉพาะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เชลซี นั้นดูเหมือนจะจริงจังกว่าเพื่อนจนเชื่อว่าหลังจบซีซั่นนี้ ไรซ์ คงพาตัวเองออกจาก เวสต์แฮม เพื่อไปไล่ล่าความสำเร็จที่ใหญ่กว่าค่อนข้างชัวร์
แต่ด้วยความที่เขามีความรักต่อ เชลซี มาตั้งแต่แรกแล้วทำให้เชื่อว่าถ้า “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช ยอมทุ่มค่าตัว-ค่าเหนื่อยมหาศาลเหมือนที่เคยทำอยู่เป็นประจำ น่าจะคว้าตัว ไรซ์ กลับไปได้ไม่ยากเย็นนัก


3. ดานี โอลโม
สโมสรปัจจุบัน : อาร์เบ ไลป์ซิก
มีโอกาสย้ายกลับ : บาร์เซโลนา
สำหรับสโมสรใหญ่ระดับมหาอำนาจอย่าง บาร์เซโลนา นั้นต้องบอกว่าไม่มีใครอยากเชื่อว่าพวกเขาจะประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างรุนแรงในช่วงนี้ทำให้ไม่สามารถซื้อผู้เล่นใหม่เสริมทัพได้ตามที่ต้องการ ซึ่งขัดกับฉายา “เจ้าบุญทุ่ม” โดยสิ้นเชิง
และหลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวเนเธอร์แลนด์โดนปลดจากตำแหน่งไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แฟน ๆ ก็ลุ้นกันหนักมากว่าใครจะเป็นคนที่เข้ามารับเผือกร้อนต่อในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ ( ณ วันที่เขียนบทความกำลังมีข่าวลือหนักมากกับ ซาบี เฮอร์นันเดซ)
ซึ่งหากเป็น ซาบี จริงตามข่าวลือล่ะก็ เราอาจได้เห็นสโมสรอนุมัติเงินก้อนใหญ่เพื่อให้จับจ่ายใช้สอยทั้งตลาดหน้าหนาวและซัมเมอร์อย่างแน่นอน โดยกองหน้าทีมชาติสเปนอย่าง ดานี โอลโม ก็เป็นหนึ่งในลิสต์ที่สื่อใหญ่หลาย ๆ สำนักคาดการไว้
โอลโม วัย 23 ปีเคยเป็นเด็กฝึกอยู่ที่ ลา มาร์เซีย ตั้งแต่ 9 ขวบจนถึงอายุประมาณ 16 ปี ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญานักฟุตบอลอาชีพกับ ดินาโม ซาเกร็บ ในลีกโครเอเชีย เพราะเห็นแล้วว่าคงไม่มีทางเบียดกองหน้าระดับโลกทั้งหลายขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้แน่ ๆ


2. พอล ป็อกบา
สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
มีโอกาสย้ายกลับ : ยูเวนตุส
อย่างที่คอบอลทราบกันดีว่า ป็อกบา นั้นถือเป็นดาวรุ่งที่ถูกปลุกปั้นมาจากอคาเดมีของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แต่แล้วในปี 2012 เขาก็ตัดสินใจปล่อยให้สัญญาของตัวเองหมดลงแล้วเลือกย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส เพราะเชื่อว่าคงไม่มีทางเบียดรุ่นที่ขึ้นเป็นตัวหลักให้ทัพปีศาจแดงได้แน่นอน
และหลังจากนั้น ป็อกบา ก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นเร็วแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีสุดของโลกโดยมีสุดยอดตำนานอย่าง อันเดรีย ปิร์โล คอยเป็นพี่เลี้ยงอยู่อย่างใกล้ชิดทั้งในและนอกสนาม
เมื่อมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสยกระดับตัวเองขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ได้สำเร็จ เขาก็ถูก โฆเซ มูรินโญ ซื้อกลับมาอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้งในปี 2016 โดยมีค่าตัวสูงถึง 89 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
หลังจากผ่านการเล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขกับสโมสรที่ตัวเองใฝ่ฝันนานถึง 5 ฤดูกาลแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าที่คาดหวังไว้ แถมยังโดนแฟนบอลก่นด่าเรื่องฟอร์มการเล่นที่ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้มีข่าวหลุดตลอดว่าเจ้าตัวอาจกำลังมองหาโอกาสย้ายทีมอีกครั้ง และพยายามยื้อให้สัญญาหมดลงในช่วงกลางปี 2022 เพื่อที่จะได้ย้ายกลับไป ยูเวนตุส อีกครั้งแบบค่าตัวฟรี


1. เอเดน อาซาร์
สโมสรปัจจุบัน : เรอัล มาดริด
มีโอกาสย้ายกลับ : เชลซี
ตลอดช่วง 10 ปีหลังสุด หากถามว่าใครคือหนึ่งในปีกซ้ายหรือมิดฟิลด์ตัวรุกที่ดีสุดของโลก แน่นอนว่าจะต้องมีชื่อของ เอเดน อาซาร์ ติดอันดับสูง ๆ อยู่ด้วยทุกโพลแบบไม่ต้องสงสัยเลย
นับตั้งแต่ปี 2012 ที่ อาซาร์ ย้ายมาค้าแข้งกับ เชลซี เขาก็พัฒนาฝีเท้าสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นนักเตะระดับโลกตั้งแต่อายุยังน้อย แถมยังพาทัพสิงโตน้ำเงินครามคว้าแชมป์ได้มากมาย
จากนั้น อาซาร์ ก็พาตัวเองออกไปไล่ตามความฝันในวัยเด็ก นั่นก็คือการค้าแข้งให้สโมสรระดับมหาอำนาจอย่าง เรอัล มาดริด ซึ่งทั้งคู่ตกเป็นข่าวลือร่วมกันนานมากแล้ว ก่อนที่ทาง ราชันชุดขาว จะยอมทุ่มเงินราว 150 ล้านปอนด์เพื่อดึงไปอยู่ด้วยเมื่อปี 2019
แต่แล้วโชคชะตาก็โหดร้ายกับ ซูเปอร์สตาร์ชาวเบลเยียม คนนี้เหลือเกิน เพราะหลังจากพาตัวเองและครอบครัวไปใช้ชีวิตที่สเปน เขาก็ได้รับบาดเจ็บหนัก ๆ ต่อเนื่องหลายครั้งจนสภาพร่างกายไม่เคยฟิตสมบูรณ์เลยสักครั้งเดียว และเมื่อกายไม่พร้อม สภาพจิตใจก็แย่ตามด้วยจนส่งผลเสียร้ายแรงต่อฟอร์มการเล่นจนถึงปัจจุบัน
และหลังจากที่ถูกตราหน้าว่าเป็นนักเตะที่กำลังจะล้มเหลวเต็มขั้นกับ มาดริด เขาจึงถูกลือหนักว่าอาจจะพาตัวเองหนีกลับมาอยู่บ้านหลังที่คุ้นเคยอย่าง เชลซี อีกครั้ง และหากข่าวนี้มีมูลความจริง เราน่าจะได้เห็น อาซาร์ สวมชุดแข่งสีน้ำเงินครามเร็วสุดคือซัมเมอร์ปี 2022 นี้เลย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here