เบื้องหลังสำคัญที่ทำให้ ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ อุดมไปแข้งปอดเหล็กวิ่ง 90 นาทีไม่มีหมด มาจากการทดสอบความฟิตที่พวกเขาตั้งขึ้นมาชื่อว่า “Bundesliga Fitness Test”
Bundesliga Fitness Test คือ รูปแบบการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ที่ถูกนำใช้กับทุกสโมสรในบุนเดสลีกา เพราะในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล สิ่งที่เป็นปัญหาของทุกทีม คือ สภาพความฟิตของผู้เล่น, ปัญหาอาการบาดเจ็บที่รบกวนติดตัว ดังนั้น Bundesliga Fitness Test จะเข้ามาเป็นตัวชี้วัดว่า นักเตะแต่ละคนมีพร้อมลงสนามแค่ไหน ? มีปัญหาด้านร่างกายที่อาจส่งผลต่อการเล่นหรือเปล่า ? ผ่านการแสดงผลข้อมูลด้านร่างกายให้เห็นว่า นักฟุตบอลมีสภาพพร้อมจะลงเล่นในเกมระดับอาชีพ ด้วยมาตรฐานระดับโลกหรือไม่
ขั้นตอนแรกของ Bundesliga Fitness Test คือการเช็คสภาพไขมันในร่างกาย ซึ่งเป็นประเด็นที่สโมสรฟุตบอล โดยเฉพาะในเยอรมันให้ความสำคัญ เนื่องจากมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า หากมีไขมันในตร่างกายมากเกินไป จะส่งผลโดยตรงกับผลงานของนักเตะ


พวกเขาแปลงข้อมูลวิจัยมมาเป็นบททดสอบ เพื่อหวังผลลัพธ์ให้ นักฟุตบอลมีไขมันในร่างกายไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์ เพื่อช่วยให้ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เผาผลาญพลังงานได้อย่างเหมาะสมกับการเป็นนักกีฬา
นักเตะทุกคน จึงต้องเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของ Bundesliga Fitness Test นั่นคือการวิ่งตามความเร็วที่กำหนด เป็นระยะเวลา 4 นาที ความเร็วที่เป็นมาตรฐานของการทดสอบ คือ 17.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นความเร็วที่สูงมากของการเป็นนักฟุตบอล เพราะค่าเฉลี่ยการใช้ความเร็ววิ่งของนักฟุตบอลจากลีกระดับท็อปในอังกฤษ อยู่ที่ประมาณ 10.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น


เหตุผลที่ต้องมีการเช็คความฟิตนักเตะ ด้วยการวิ่งความเร็วสุดโหด เป็นเวลาต่อกันถึง 4 นาที ก็เพื่อเช็คว่านักกีฬามีความฟิตเต็มร้อย พร้อมใช้ความเร็วระดับสูงในการแข่งขันฟุตบอลหรือไม่
นักเตะบางคนอาจจะสามารถวิ่งในความเร็ว 10-13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้แบบไม่ยากเย็น แต่พอต้องวิ่งด้วยความเร็วตั้งแต่ 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป พวกเขาก็ต้องพบเจอกับ ความยากทั้งการใช้แรง และระบบการหายใจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

บุนเดสลีกา ซีเรียสเรื่องนี้ เพราะต้องการให้นักฟุตบอลที่ลงสนามไป แสดงศักยภาพได้เต็มความสามารถ ไม่ใช่ลงไปเล่นทั้งที่ร่างกายไม่เต็มร้อย กลายเป็นจุดอ่อนของทีม แสดงผลงานย่ำแย่ ไม่สมกับเป็นนักเตะจากลีกมาตรฐานโลก ซึ่งจะพลอยส่งผลให้เกมของลีกเมืองเบียร์ชวนดูไม่สนุกด้วย นอกจากนี้ Bundesliga Fitness Test แสดงให้เห็นถึงความพร้อมทางร่างกาย ทั้งการเต้นของหัวใจ และการรับอ็อกซิเจนของร่างกาย ผ่านระบบหายใจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก กับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
บุนเดสลีกา กำหนดมาตรฐานชัดเจนว่า นักฟุตบอลในลีกควรหายใจแต่ละครั้ง รับปริมาณออกซิเจนเข้าสู่ปอด 55 เปอร์เซนต์ จากอากาศที่เข้าไป
เพราะหากอ็อกซิเจนไม่ถึงเกณฑ์ นอกจากจะแสดงถึงร่างกายที่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย ยังหมายความว่า นักกีฬาต้องใช้แรงมากกว่าเดิมกับการใช้พลังงานบนสนามแข่ง ทั้งกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ และหัวใจที่ต้องทำงานเร็วขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีสำหรับทุกฝ่าย


ทั้งนี้ Bundesliga Fitness Test ไม่ใช่ข้อบังคับว่า หากนักเตะไม่ผ่านเกณฑ์จะหมดสิทธิ์ลงสนาม เป็นเพียงแค่มาตรฐานว่า หากต้องการนักฟุตบอลที่สภาพร่างกายเหมาะสมกับการเล่นในลีกฟุตบอลระดับโลก ควรผ่านเกณฑ์ที่บุนเดสลีกาตั้งเอาไว้ แต่อย่างน้อยที่สุด การทดสอบนี้ก็จะทำให้ นักฟุตบอลไร้ข้อกังขา ทั้งในแง่ของการแกล้งเจ็บหากไม่ต้องการลงสนาม หรือฝืนอยากเล่นทั้งที่มีอาการเจ็บ เพราะการเช็คร่างกายผ่าน Bundesliga Fitness Test ช่วยให้สโมสรเห็นข้อมูลที่ชัดจริง ไม่ถูกตบตาโดยนักเตะ
แม้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า Bundesliga Fitness Test เริ่มใช้มาตั้งแต่ตอนไหน แต่เชื่อกันว่ามีการปรับปรุงข้อมูล วิวัฒนาการอยู่ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่วงการฟุตบอลเยอรมันให้ความสำคัญอย่างมาก กับวิทยาศาสตร์การกีฬา และการพัฒนานักเตะผ่านการเสริมสภาพร่างกาย
ความจริงจังของการผลักดัน การทดสอบความฟิตสุดโหดของบุนเดสลีกา โด่งดังภายใต้วงในของฟุตบอลเยอรมัน จนนักฟุตบอลสมัครเล่นกลุ่มหนึ่ง ต้องขอลองว่า Bundesliga Fitness Test จะโหดสมชื่อจริงหรือไม่ นักฟุตบอลสมัครเล่นเหล่านี้ เริ่มต้นด้วยการวัดไขมันในร่างกาย ก่อนจะพบว่ามีไขมันอยู่ในร่างกาย 15 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับนักฟุตบอลสมัครเล่น
แต่หากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เรื่องนี้ห้ามเกิดขึ้นเด็ดขาด เพราะยิ่งมีไขมันในตัวมากเท่าไหร่ ผลงานที่แสดงออกมาในสนาม ย่อมด้อยประสิทธิภาพลงไปตามนั้น


หลังจากนั้น กลุ่มนักฟุตบอลสมัครเล่น จึงเริ่มวิ่งทดสอบความฟิตของร่างกาย ซึ่งในระดับ 10-13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกเขาไม่พบเจอปัญหาแต่อย่างใด พอถึงความเร็ว 14.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกเขาก็เจอปัญหาทันที จนมีนักฟุตบอลคนหนึ่งต้องถอนตัวออกไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ เพราะการวิ่งโดยการใช้พละกำลังระดับนี้ ต้องเป็นนักกีฬาอาชีพที่ผ่านการเตรียมพร้อมร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายด้วยความเข้มข้นแทบทุกวัน
หลังจากนั้น พวกเขาจึงลองวิ่งเช็คความฟิตต่อในระดับ 16 กิโลเมตร และ 17.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นมาตรฐานของนักฟุตบอลบุนเดสลีกา และพบว่าจาก 6 คนที่เข้ารับการทดสอบ มีแค่ 2 คนเท่านั้นที่ผ่านความฟิต แต่พวกเขาก็หมดแรงแทบวิ่งต่อไม่ไหว เหตุผลที่พวกเขาไม่สามารถใช้ความฟิตได้ในระดับนักฟุตบอลชั้นนำ เพราะหัวใจของพวกเขาไม่คุ้นชิน กับการใช้พลังสูงขนาดนี้ จนหัวใจเต้นเร็วเต้นหนักกว่าปกติ ทำให้ระบบหายใจทำงานไม่ทัน นำอ็อกซิเจนเข้าสู่ร่างกายไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถวิ่งต่อไปได้
ดังนั้นถ้ามองถึงแก่นแท้ของ Bundesliga Fitness Test คือการเช็คถึงความพร้อมของนักกีฬา ไม่ใช่แค่เรื่องความฟิตเพียงเดียว
แต่หากนักกีฬาจะผ่านมาตรฐานร่างกายของการเป็นนักฟุตบอลที่ดี พวกเขาต้องหมั่นฝึกซ้อมร่างกายอยู่เสมอ รักษาสุขภาพให้ดี รู้จักการควบคุมอาหาร เพื่อไม่ให้มีไขมันในร่างกายเกินความจำเป็น
ทั้งหมดคือคุณสมบัติที่ดีของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ การเล่นฟุตบอลให้เก่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเป็นนักบอลที่มีระเบียบวินัยคือสิ่งที่สำคัญกว่า โดยเฉพาะกับฟุตบอลเยอรมัน ที่เน้นการทำงานเป็นทีม
ความเป็นมืออาชีพกับตัวเอง เห็นความสำคัญในอาชีพ ทุ่มเทกับการเล่นฟุตบอลในช่วงเวลาของชีวิต จึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความเป็นมืออาชีพทุกอย่างของการเป็นนักฟุตบอล สำหรับคนทั่วไป คงไม่จำเป็นต้องไปลอง Bundesliga Fitness Test หรือมีความฟิตขนาดนั้น เพราะเป็นระดับนักกีฬาอาชีพที่ยากจะไปถึง
แต่หากคุณเป็นรักสุขภาพ สิ่งที่บททดสอบนี้บอกกับทุกคนคือ จงดูแลร่างกายของเราให้ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเป็นคนที่สุขภาพแข็งแรงได้ไม่ยาก

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here